ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HP - ฐานความรู้
  • ข้อมูล
    Windows 11

    ค้นหาคำถามและคำตอบทั่วไปที่นี่

  • ข้อเสนอแนะ

PC เดสก์ทอปจาก HP - การแก้ไขปัญหาเสียงขั้นสูง (Windows 10)

ทำตามขั้นตอนแก้ไขปัญหาขั้นสูงเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านเสียงในคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปของคุณ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์เสียงและการเชื่อมต่อของเดสก์ทอป

คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปส่วนใหญ่ไม่มีลำโพงในตัว คุณต้องเชื่อมต่อเฮดโฟนหรือลำโพงเข้ากับพอร์ตด้านหน้าหรือด้านหลังของคอมพิวเตอร์เพื่อรับฟังเสียง

หมายเหตุ:

หากคอมพิวเตอร์ของคุณมาพร้อมการ์ดแสดงผลแยก อาจมีฝาครอบพลาสติกที่ครอบพอร์ต HDMI ติดมากับซิสเต็มบอร์ด คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่สามารถใช้วิดีโอจากการ์ดแสดงผลหรือซิสเต็มบอร์ด แต่ไม่ใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน หากคุณถอดฝาครอบพลาสติกออกเพื่อเชื่อมต่อจอภาพกับพอร์ต วิดีโอและเสียงจะไม่ทำงานเว้นแต่จะนำการ์ดแสดงผลออก

ใช้ภาพต่อไปนี้เพื่อระบุพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงต่างๆ:

พอร์ตคอมพิวเตอร์สำหรับอุปกรณ์เสียง (Microphone, Line-out, Line-in)

คำบรรยาย

คำอธิบาย

(1)

ขั้วต่อไมโครโฟนหรือช่อง Center/Subwoofer Out

(2)

ขั้วต่อลำโพงด้านหน้า (เข้ากับลำโพงหรือเฮดโฟนที่ได้รับไฟเลี้ยงด้านหน้า)

(3)

ช่อง Line-in หรือ Rear speaker Out

พอร์ตคอมพิวเตอร์สำหรับอุปกรณ์เสียง (Speaker, Microphone, Line-out, Line-in)

คำบรรยาย

คำอธิบาย

(1)

ช่อง Side speaker out

(2)

ช่อง Rear speaker out

(3)

ช่อง Center และ Subwoofer out

(4)

ช่อง Microphone

(5)

ช่อง Line-out (เข้ากับลำโพงหรือเฮดโฟนที่ได้รับไฟเลี้ยงด้านหน้า)

(6)

ช่อง Line-in

ตรวจสอบเฮดโฟนของคุณ

ตรวจสอบเสียงคอมพิวเตอร์จากเฮดโฟนของคุณ

ประเภทของเฮดโฟน

คอมพิวเตอร์ HP รองรับหัวต่อเฮดโฟนสามประเภท แบบแรกรองรับเฉพาะการจ่ายสัญญาณเสียงไปยังเฮดโฟนอย่างเดียว อีกสองแบบรองรับทั้งการจ่ายสัญญาณเสียงไปยังเฮดโฟนและไมโครโฟน สัญลักษณ์กำกับหัวต่อแต่ละประเภท

  • หัวต่อที่คอมพิวเตอร์ที่กำกับด้วยไอคอน USB รองรับทั้งการจ่ายสัญญาณเสียงและไมโครโฟน

    ตัวอย่างหัวต่อสาย USB
  • หัวต่อที่คอมพิวเตอร์ที่กำกับด้วยไอคอนเฮดเซ็ตอย่างเดียว รองรับการจ่ายสัญญาณเสียงออกเท่านั้นและใช้ได้กับเฮดโฟนสามขาแบบปกติหรือเฮดโฟนสี่ขาเพื่อจ่ายสัญญาณเสียง

    ช่องเสียบสามขาแบบปกติ
  • หัวต่อที่คอมพิวเตอร์ที่กำกับด้วยไอคอนเฮดเซ็ตและไมโครโฟน รองรับการจ่ายสัญญาณเสียงและไมโครโฟนเมื่อใช้ร่วมกับเฮดเซ็ตที่มีหัวเสียบสี่ขาและไมโครโฟน

    ช่องเสียบสี่ขา

ทดสอบเสียงคอมพิวเตอร์โดยใช้เฮดโฟน

เพื่อรับฟังเสียง สามารถใช้หัวเสียบสามขาและหัวเสียบสี่ขากับหัวต่อเฮดโฟนหรือเฮดเซ็ต การใช้หัวเสียบสี่ขาที่สามารถรองรับไมโครโฟนสำหรับหัวต่อสามขาทำให้รับฟังเสียงได้ แต่จะไม่สามารถใช้ไมโครโฟนได้เนื่องจากหัวต่อคอมพิวเตอร์สามขาไม่รองรับสัญญาณจากไมโครโฟน

  1. ค้นหาและถอดสายสัญญาณเสียงทั้งหมดจากด้านหลังของคอมพิวเตอร์

  2. เสียบเฮดโฟนโดยตรงที่ขั้วต่อสัญญาณลำโพงขาออกด้านหลังคอมพิวเตอร์ ขั้วต่อสัญญาณลำโพงขาออกอาจมีรูปลำโพงหรือวงกลมพร้อมลูกศรชี้ออก หรืออาจกำกับเป็น OUT

    พอร์ตคอมพิวเตอร์สำหรับอุปกรณ์เสียง (Microphone, Line-out, Line-in)

    คำบรรยาย

    คำอธิบาย

    (1)

    ขั้วต่อไมโครโฟนหรือช่อง Center/Subwoofer Out

    (2)

    ขั้วต่อลำโพงด้านหน้า (เข้ากับลำโพงหรือเฮดโฟนที่ได้รับไฟเลี้ยงด้านหน้า)

    (3)

    ช่อง Line-in หรือ Rear speaker Out

  3. คลิกที่ไอคอนลำโพง ของ Windows จากแถบงาน จากนั้นเลือก Open Volume mixer (เปิดมิกเซอร์เสียง)

  4. เลื่อนแถบเลื่อนควบคุมระดับเสียงเพื่อทดสอบเสียง ทุกครั้งที่คลิกที่แถบปรับระดับเสียงหลัก คุณจะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งจากเฮดโฟน

    แถบปรับระดับเสียงในมิกเซอร์เสียง
    • หากคุณได้ยินเสียงจากเฮดโฟน แสดงว่าฮาร์ดแวร์เสียงในคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ และปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับลำโพงหรือสายลำโพง ปลดสายลำโพงและต่อลำโพงเข้าไปใหม่

      เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ให้ทดสอบเสียงอีกครั้งโดยใช้ขั้นตอนข้างต้นกับแถบเลื่อนควบคุมระดับเสียง หากระบบเสียงยังทำงานไม่ถูกต้องหลังต่อลำโพงใหม่ ให้ลองเปลี่ยนสายลำโพง (หากสามารถทำได้) แล้วทำการทดสอบใหม่อีกครั้ง

    • หากไม่ได้ยินเสียงจากเฮดโฟน ให้ตรวจสอบว่าเสียบเฮดโฟนกับขั้วต่อถูกต้อง แล้วลองใหม่อีกครั้ง หากยังไม่มีเสียง ให้ไปที่ ตั้งค่าลำโพงเริ่มต้นและทดสอบระบบเสียง

ตั้งค่าลำโพงเริ่มต้นและทดสอบระบบเสียง

ตั้งค่าและทดสอบลำโพงเริ่มต้น

  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Control Panel (แผงควบคุม)

  2. เลือก Sound > Playback

  3. เลือกอุปกรณ์เสียงของคุณ จากนั้นเลือก Set Default (ตั้งค่าเริ่มต้น) หากมีรายการอุปกรณ์เปิดเล่นรายการเดียว อุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้เป็นอุปกรณ์เริ่มต้นอัตโนมัติ

    หมายเหตุ:

    หากคุณมีปัญหาในการตั้งค่าอุปกรณ์เสียง HDMI เป็นอุปกรณ์เปิดเล่นเริ่มต้น ให้ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก HP PCs - Troubleshooting HDMI Display and Sound Issues (HP PC - การแก้ไขปัญหาการแสดงผลและเสียงในระบบ HDMI)

    ตัวอย่างการตั้งค่าอุปกรณ์เปิดเล่นเสียงเริ่มต้น
  4. เมื่อเลือกอุปกรณ์เปิดเล่นเริ่มต้นแล้ว ให้คลิก Configure (กำหนดค่า)

    ตัวอย่างการตั้งค่าอุปกรณ์เปิดเล่นเสียงเริ่มต้น
  5. เลือกการตั้งค่าลำโพงจาก Audio channels (ช่องสัญญาณเสียง)

    หมายเหตุ:

    หากต้องการใช้ช่องต่อสัญญาณออกชนิด HDMI ให้เลือก Digital Audio (HDMI) (สัญญาณเสียงดิจิตอล (HDMI)) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก HP PCs - Troubleshooting HDMI Display and Sound Issues (HP PC - การแก้ไขปัญหาการแสดงผลและเสียงในระบบ HDMI)

  6. เลือก Test (ทดสอบ) เพื่อส่งสัญญาณเสียงไปที่ลำโพงแต่ละตัว หรือเลือกลำโพงแต่ละตัวเพื่อส่งสัญญาณเสียงไปยังลำโพงดังกล่าว

    • หากได้ยินเสียงถูกต้อง แสดงว่าคุณได้แก้ไขปัญหาแล้ว

    • หากไม่มีเสียงจากลำโพงหนึ่งตัวขึ้นไป หรือหากมีการเปลี่ยนประเภทการกำหนดค่า ให้คลิก Next (ถัดไป) จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อสิ้นสุดการตั้งค่าลำโพง

    ตัวอย่างหน้าต่างกำหนดค่าลำโพง
  7. การทดสอบเสียง หากยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่ ให้ไปที่ ตรวจสอบการเชื่อมต่อลำโพง

ตรวจสอบการเชื่อมต่อลำโพง

ตรวจสอบว่าสายโพงต่อกับขั้วต่อสัญญาณเสียงถูกต้อง

  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Control Panel (แผงควบคุม)

  2. คลิก Sound (เสียง) จากนั้นคลิกแท็บ Playback (เปิดเล่น)

  3. ในหน้าต่าง Sound (เสียง) จากแท็บ Playback (เปิดเล่น) ให้เลือกอุปกรณ์เปิดเล่นของคุณ จากนั้นคลิก Properties (คุณสมบัติ)

    แท็บ Sound Playback (การเปิดเล่นเสียง) ที่มีการเลือกลำโพง/เฮดโฟนไว้และไฮไลท์ปุ่ม Properties (คุณสมบัติ) ไว้
  4. จากหน้าต่าง Speakers/Headphones Properties (คุณสมบัติลำโพง/เฮดโฟน) เลือกแท็บ General (ทั่วไป)

    หน้าต่าง Speakers Properties (คุณสมบัติลำโพง)
  5. ใช้รายการขั้วต่อที่กำกับด้วยรหัสสีที่แสดงอยู่เพื่อพิจารณาว่าขั้วต่อใดตรงกับชุดลำโพงที่คุณใช้

    เช่น ในการตั้งค่าเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 จะใช้ขั้วต่อ (หรือหัวต่อ) ต่อไปนี้:
    • L R (สีเขียว, Line Out) ใช้สำหรับชุดลำโพงด้านหน้าซ้ายและด้านหน้าขวา (ขั้วต่อสีเขียว โดยมากกำกับเป็น Line out)

    • RL RR (สีส้ม) ใช้สำหรับชุดลำโพงหลังซ้ายและหลังขวา

    • C Sub (สีดำ) ใช้สำหรับลำโพงตัวกลางหรือซับวูฟเฟอร์

    • SL SR (สีเทา) ใช้สำหรับชุดลำโพงฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

  6. ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อสายลำโพงแต่ละส่วนตรงกับสีของพอร์ตเสียงที่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์ ตามสีที่แสดงในหน้าต่าง Speakers/Headphones Properties (คุณสมบัติลำโพง/เฮดโฟน)

    • หากใช้ลำโพงระบบ 5.1 หรือสูงกว่านี้ ให้ต่อสายลำโพงเข้ากับฮาร์ดแวร์ลำโพง ซึ่งมักจะอยู่ที่ซับวูฟเฟอร์ จากนั้นเทียบสายลำโพงกับพอร์ตเสียงที่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์โดยใช้สีตามที่แสดงในหน้าต่าง Speakers/Headphones Properties (คุณสมบัติลำโพง/เฮดโฟน)

    • หากเปลี่ยนการเชื่อมต่อสายลำโพง ให้ทวนซ้ำขั้นตอนเหล่านี้เพื่อตรวจสอบเสียงอีกครั้ง

  7. การทดสอบเสียง หากยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่ ให้ไปที่ อัพเดตไดรเวอร์เสียงโดยใช้ Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)

อัพเดตไดรเวอร์เสียงโดยใช้ Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)

เปิดใช้งานอุปกรณ์เสียง จากนั้นอัพเดตไดรเวอร์เสียงโดยใช้ Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)

  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)

    คลิก Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์) ในผลการค้นหา
  2. ดับเบิลคลิกที่ Audio inputs and outputs (สัญญาณเสียงเข้าและออก)

  3. หากอุปกรณ์เสียงปรากฏในรายการพร้อมลูกศรลง แสดงว่าอุปกรณ์ปิดใช้งานอยู่ คลิกขวาที่ชื่ออุปกรณ์เสียง จากนั้นเลือก Enable device (เปิดใช้งานอุปกรณ์)

    การเลือก Enable device (เปิดใช้งานอุปกรณ์)
  4. ขณะอุปกรณ์เสียงเปิดทำงาน ให้คลิกขวาที่อุปกรณ์เสียง จากนั้นเลือก Update driver (อัพเดตไดรเวอร์)

    การเลือก Update driver (อัพเดตไดรเวอร์)
  5. เลือก Search automatically for updated driver software (ค้นหาซอฟต์แวร์ไดรเวอร์อัพเดตอัตโนมัติ)

    การเลือกค้นหาอัพเดตไดรเวอร์อัตโนมัติ (Automatic driver update search)
  6. รอสักครู่ ให้ Windows ตรวจหาและติดตั้งไดรเวอร์อัพเดต เมื่อได้รับแจ้ง ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

    • หาก Windows อัพเดตไดรเวอร์เสียงสำเร็จแล้ว ให้ทดสอบเสียง หากยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่หลังจากอัพเดตไดรเวอร์ ให้ไปที่ รีเซ็ต BIOS ให้เป็นค่าเริ่มต้น

    • หากติดตั้งไดรเวอร์ตัวล่าสุดอยู่แล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้

    Windows อัพเดตซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ของคุณสำเร็จแล้ว
  7. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)

    คลิก Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์) ในผลการค้นหา
  8. ดับเบิลคลิกที่ Audio inputs and outputs (สัญญาณเสียงเข้าและออก)

  9. คลิกขวาที่อุปกรณ์เสียง แล้วเลือก Uninstall device (ถอนการติดตั้งอุปกรณ์)

    การเลือก Uninstall device (ถอนการติดตั้งอุปกรณ์)
  10. เมื่อหน้าต่าง Uninstall Device (ถอนการติดตั้งอุปกรณ์) เปิดขึ้นมา ให้คลิก Uninstall (ถอนการติดตั้ง)

    การเลือก Uninstall (ถอนการติดตั้ง)
  11. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์เพื่อติดตั้งไดรเวอร์ใหม่

  12. การทดสอบเสียง หากยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่หลังจากติดตั้งไดรเวอร์ใหม่ ให้ไปที่ รีเซ็ต BIOS ให้เป็นค่าเริ่มต้น

รีเซ็ต BIOS ให้เป็นค่าเริ่มต้น

การตั้งค่า BIOS ที่เสียหายหรือไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านเสียงได้ คุณสามารถลองกู้คืนค่า BIOS เริ่มต้นเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านเสียง

  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

  2. กดปุ่ม power (เปิด/ปิด) จากนั้นกด esc ซ้ำๆ จน Startup Menu (เมนูเริ่มการทำงาน) เปิดขึ้นมา

    หมายเหตุ:

    หากคุณไม่กดปุ่ม esc ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและคอมพิวเตอร์ดำเนินต่อเนื่องไปถึงขั้นตอนเริ่มการทำงาน ให้ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มขั้นตอนอีกครั้ง

  3. จากเมนูเริ่มการทำงาน ให้กด f10 เพื่อเปิดยูทิลิตี้การตั้งค่า BIOS (BIOS Setup Utility)

  4. ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือกแท็บ File (ไฟล์)

  5. เลือก Apply Defaults and Exit (ใช้งานค่าเริ่มต้นและออก) การตั้งค่าเริ่มต้นถูกเรียกคืน ยูทิลิตี้การตั้งค่า BIOS ปิดการทำงาน และคอมพิวเตอร์เริ่มต้นเข้าสู่ระบบ Windows

    การทดสอบเสียง หากยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่ ให้ไปที่ เรียกใช้การทดสอบระบบเสียงจาก HP PC Hardware Diagnostics

เรียกใช้การทดสอบระบบเสียงจาก HP PC Hardware Diagnostics

เรียกใช้ Audio Test (การทดสอบระบบเสียง) ของ HP PC Hardware Diagnostics เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เสียงทำงานได้อย่างเหมาะสม ในระหว่างการทดสอบ จะมีบางโน้ตเพลงถูกเปิดเล่นเป็นลำดับซ้ำๆ กัน การทดสอบนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งนาทีสำหรับพอร์ตเอาท์พุตเสียงแต่ละพอร์ต

  1. ใน Windows ให้ค้นหา HP PC Hardware Diagnostics Windows คลิกขวาที่แอพในผลการค้นหา จากนั้นเลือก Run as administrator (เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ)

    หมายเหตุ:

    หากคุณไม่ได้ติดตั้ง HP PC Hardware Diagnostics Windows ไว้ ให้ดู HP PCs - Testing for hardware failures (HP PC - การทดสอบข้อผิดพลาดของฮาร์ดแวร์)

    การเลือก Run as administrator (เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ)

    เมนูหลักของ HP PC Hardware Diagnostics จะเปิดขึ้นมา

    เมนูหลักของ HP PC Hardware Diagnostics
  2. เลือก Component Tests (การทดสอบส่วนประกอบ)

    เมนู Component Tests (การทดสอบส่วนประกอบ)
  3. จากหน้าต่างเมนู Component Tests (การทดสอบส่วนประกอบ) เลือก Audio > Audio Playback Test

    เมนู Component Tests (การทดสอบส่วนประกอบ) ที่มีการเลือก Audio (ระบบเสียง) ไว้
  4. คลิก Run once (เรียกใช้หนึ่งครั้ง)

    เริ่มการทดสอบการเปิดเล่นเสียง (Audio Playback Test)
  5. คลิก Next (ถัดไป) แล้วเลือกอุปกรณ์เปิดเล่นเสียงเพื่อเริ่มการทดสอบ ระหว่างการทดสอบ บางโน้ตเพลงจะเปิดเล่นเป็นลำดับซ้ำๆ กัน

    เลือกอุปกรณ์เสียงเพื่อทำการทดสอบ
  6. เมื่อการทดสอบระบบเสียงเสร็จสิ้น คลิก Yes (ใช่) หรือ No (ไม่ใช่) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ยินเสียงระหว่างการทดสอบระบบเสียงหรือไม่

    การเลือก Yes (ใช่) หรือ No (ไม่ใช่) เพื่อยืนยันว่าคุณได้ยินเสียงหรือไม่

    ผลการทดสอบระบบเสียงจะแสดงบนหน้าจอ

    การทดสอบระบบเสียงที่ผ่านการทดสอบการเปิดเล่นเสียง
    • หากผ่านการทดสอบระบบเสียง คลิก Finish (เสร็จสิ้น) ปิดเครื่องมือ แล้วรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

    • หากระบบเสียงไม่ผ่านการทดสอบ ให้จดรหัสความล้มเหลว 24 หลักเพื่อใช้อ้างอิงเมื่อติดต่อกับฝ่ายบริการลูกค้าของ HP ข้อมูลนี้ยังมีแจ้งไว้ใน Test Logs (ประวัติการทดสอบ) ด้วย

    ผลการทดสอบระบบเสียงจะแสดงขึ้นในหน้าจอบันทึกประวัติการทดสอบของ Hardware Diagnostic

หากผ่านการทดสอบการเล่นเสียงโดยไม่มีข้อผิดพลาด แต่ยังเกิดปัญหาระบบเสียงอยู่ ให้อัพเดต BIOS

อัพเดต BIOS

การอัพเดต BIOS สามารถแก้ไขปัญหาทางด้านเสียงบางส่วนได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่ HP Consumer Desktop PCs - Updating the BIOS (Basic Input Output System) (PC เดสก์ทอปสำหรับผู้ใช้ทั่วไปจาก HP - การอัพเดต BIOS (ระบบอินพุต/เอาต์พุตพื้นฐาน)) หรือ HP Business Desktop PCs - Updating the BIOS (Basic Input Output System) (PC เดสก์ทอปเพื่อธุรกิจจาก HP - การอัพเดต BIOS (ระบบอินพุต/เอาต์พุตพื้นฐาน))

การทดสอบเสียง หากการอัพเดต BIOS ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางด้านเสียงได้ ให้ไปที่

ทำการรีเซ็ตระบบ Windows 10

หากยังพบปัญหาอยู่ ให้กู้คืนระบบคอมพิวเตอร์กลับสู่การกำหนดค่าดั้งเดิม

Microsoft มีระบบรีเซ็ตเพื่อให้คุณแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์โดยการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ก่อนใช้ตัวเลือกนี้ ตรวจสอบว่าคุณได้สำรองข้อมูลไฟล์สำคัญทั้งหมดเอาไว้แล้ว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (HP PC - การรีเซ็ตคอมพิวเตอร์)

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากปัญหายังคงอยู่

  1. ไปที่ ฝ่ายบริการลูกค้าของ HP - การติดต่อ

  2. ป้อนหมายเลขซีเรียลผลิตภัณฑ์ของคุณเพื่อดูสถานะการรับประกัน และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของคุณตามความเหมาะสม

  3. เลือกตัวเลือกบริการสนับสนุน ตัวเลือกการช่วยเหลืออาจแตกต่างกันไปตามประเทศ/ภูมิภาค



ประเทศ/ภูมิภาค: Flag ไทย