ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HP - ฐานความรู้

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP - พัดลมมีเสียงดังและหมุนอยู่ตลอด (Windows)

เมื่อพัดลมคอมพิวเตอร์หมุนเสียงดังเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหากับพัดลม หรือคอมพิวเตอร์มีความร้อนเกินไป ปรับการตั้งค่าพลังงาน ทำความสะอาดช่องพัดลม ตรวจสอบกระบวนการที่น่าสงสัย จากนั้นอัพเดต BIOS เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายใน

หมายเหตุ:

เป็นเรื่องปกติที่พัดลมจะหมุนเสียงดังเป็นเวลา 5 ถึง 20 วินาทีเมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มเปิดทำงาน

การลดเสียงพัดลมโดยการเปลี่ยนโปรไฟล์ความร้อนใน HP Command Center

ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP บางรุ่น คุณสามารถใช้แอพ HP Command Center เพื่อควบคุมโปรไฟล์ความร้อนของคอมพิวเตอร์ และลดเสียงรบกวนที่เกิดจากพัดลมระบายความร้อน

หมายเหตุ:

คุณอาจต้องติดตั้งแอพ HP Command Center จาก Microsoft Store

  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด HP Command Center

  2. จากแท็บ Thermal Profile (โปรไฟล์ความร้อน) เลือกโหมดเงียบ

    การเลือกโหมดเงียบจากแท็บ Thermal Profile (โปรไฟล์ความร้อน)

หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่รองรับคุณสมบัติการระบายอากาศทั้งสองแบบ หรือหากยังเกิดปัญหาอยู่ อาจต้องทำความสะอาดช่องระบายอากาศ

การความสะอาดช่องระบายอากาศเพื่อลดภาระงานของพัดลม

ฝุ่นและสิ่งสกปรกสามารถสะสมในและรอบๆ ช่องระบายอากาศเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นการปิดกั้นการถ่ายเทของอากาศ และทำให้พัดลมทำงานหนักกว่าปกติในการระบายความร้อน

  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

  2. นำวัตถุที่อยู่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ออก

  3. ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นจากช่องระบายอากาศด้านใต้และด้านข้างของคอมพิวเตอร์

    ตำแหน่งของช่องระบายอากาศบนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP
  4. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นวางไว้บนพื้นผิวที่แข็งและเรียบ เช่น โต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร

    ข้อควรระวัง:

    การวางคอมพิวเตอร์บนพื้นผิวที่เป็นผ้า เช่น บนตัก เตียง หรือเบาะอาจจำกัดหรือปิดกั้นช่องทางหมุนเวียนของอากาศทั้งหมด การจำกัดการระบายอากาศเป็นเวลานานอาจทำให้คอมพิวเตอร์มีความร้อนเกินไปและอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจาก HP - การลดความร้อนในโน้ตบุ๊กเพื่อป้องกันปัญหาความร้อนเกิน

หากยังพบปัญหาอยู่ คุณอาจต้องเพิ่มประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์เพื่อลดความร้อน

การติดตั้งข้อมูลอัพเดต BIOS

ดาวน์โหลดและติดตั้งข้อมูลอัพเดต BIOS จากเว็บไซต์ของ HP

  1. ไปที่หน้า การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ของ HP

  2. ไปที่หน้าผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  3. เลือก BIOS จากรายการที่แสดง จากนั้นตรวจสอบข้อมูลอัพเดต BIOS ที่มี

    ข้อควรระวัง:

    อ่านรายละเอียดในหัวข้อ Details (รายละเอียด) เพื่อยืนยันว่าข้อมูลอัพเดต BIOS เป็นรุ่นใหม่กว่าที่ติดตั้งและใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ การติดตั้ง BIOS ที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน

    • หากคุณไม่สามารถเห็นข้อมูลอัพเดต BIOS สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ หมายความว่าขณะนี้ไม่มีข้อมูลอัพเดต

    • หากมีข้อมูลอัพเดต BIOS หลายรายการ ให้ระบุเมนบอร์ดที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้ข้อมูลที่จดบันทึกไว้จากยูทิลิตี้ System Information (ข้อมูลระบบ) ในขั้นตอนก่อนหน้า

    • หากคุณพบข้อมูลอัพเดต ฺBIOS ให้คลิก Download (ดาวน์โหลด) หาก HP Download and Install Assistant (ตัวช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งของ HP) ปรากฏขึ้น ให้เลือก Download only (ดาวน์โหลดเท่านั้น) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) คลิก Save (บันทึก) เพื่อบันทึกไฟล์ข้อมูลอัพเดต BIOS ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ

  4. เรียกดูโฟลเดอร์หรือเดสก์ท็อปที่คุณบันทึกไฟล์ข้อมูลอัพเดต BIOS ที่ดาวน์โหลด จากนั้นดับเบิลคลิกชื่อไฟล์ (ตัวอย่าง: sp12345) เพิ่มเริ่มการติดตั้ง

    คอมพิวเตอร์อาจส่งเสียงปี๊บ ปิดและเปิดจอแสดงผลหรือพัดลมระบายความร้อน หรือมีแสงไฟแสดงสถานะเปิด/ปิดกะพริบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

    ข้อควรระวัง:

    อย่าปิดหรือรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์จนกว่าการอัพเดตจะเสร็จสิ้น

    ตำแหน่งของข้อมูลอัพเดต BIOS ที่บันทึกในคอมพิวเตอร์ของคุณ
  5. คลิก Yes (ใช่) จากหน้าจอ User Account Control (ควบคุมบัญชีผู้ใช้)

    การคลิก Yes (ใช่) เพื่อให้ข้อมูลอัพเดตติดตั้ง
  6. จากหน้าต่าง InstallShield Wizard (ตัวช่วยการติดตั้ง) คลิก Next (ถัดไป)

    การคลิก Next (ถัดไป) ใน InstallShield Wizard
  7. เลือก I accept the terms in the license agreement (ยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงสิทธิ์ใช้งาน) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)

    การยินยอมต่อข้อตกลงสิทธิ์ใช้งานผู้ใช้ปลายทาง
  8. จากหน้าต่าง HP BIOS Update and Recovery (การอัพเดตและกู้คืน HP BIOS) ให้คลิกที่ Next (ถัดไป)

    หมายเหตุ:

    หน้าต่างที่ปรากฏขึ้นระหว่างขั้นตอนการอัพเดตอาจแตกต่างไปตามคอมพิวเตอร์ของคุณ

    การคลิก Next (ถัดไป) จากหน้าต่าง HP BIOS Update and Recovery (การอัพเดตและกู้คืน HP BIOS)
  9. เลือก Update (อัพเดต) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป) เพื่อเตรียมการอัพเดต

    การเลือกข้อมูลอัพเดตใน HP BIOS Update and Recovery (การอัพเดตและกู้คืน HP BIOS)
  10. คลิก Restart Now (รีสตาร์ทตอนนี้) เพื่อติดตั้งข้อมูลอัพเดต

    การคลิก Restart Now (รีสตาร์ทตอนนี้) เพื่อติดตั้งข้อมูลอัพเดต
  11. จากหน้าจอ HP BIOS Update (การอัพเดต HP BIOS) ให้คลิก Apply Update Now (ปรับใช้ข้อมูลอัพเดตตอนนี้) หรือรอให้ข้อมูลอัพเดตติดตั้งโดยอัตโนมัติ

    การคลิก Apply Update Now (ปรับใช้ข้อมูลอัพเดตตอนนี้)
  12. รอขณะข้อมูล BIOS ทำการติดตั้ง คอมพิวเตอร์แสดงความคืบหน้าของการติดตั้ง

    หน้าจอแสดงความคืบหน้าของการติดตั้งข้อมูลอัพเดต BIOS
  13. เมื่อได้รับการแจ้งเตือน ให้คลิก Continue Startup (เริ่มการทำงานต่อไป) หรือรอให้คอมพิวเตอร์รีสตาร์ทโดยอัตโนมัติ อาจต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อให้คอมพิวเตอร์รีสตาร์ท

    การคลิกเลือก Continue Startup (เริ่มการทำงานต่อไป)
  14. เมื่อหน้าจอล็อคปรากฏ ให้ลงชื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของคุณ

    หน้าจอล็อคปรากฏหลังจากการอัพเดต BIOS เสร็จสิ้น
  15. หาก BitLocker ถูกระงับ ให้ค้นหา bitlocker จาก Windows แล้วคลิกที่ Resume Protection (เปิดใช้การป้องกันต่อไป)

  16. เปิดซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใหม่อีกครั้ง

การอัพเดตไดรเวอร์กราฟิกใน Windows

ไดรเวอร์กราฟิกอาจเป็นรุ่นล้าสมัย ใช้ Windows Update เพื่อค้นหาและติดตั้งข้อมูลอัพเดตไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ

หมายเหตุ:

HP ไม่แนะนำให้ติดตั้งไดรเวอร์จากเว็บไซต์บุคคลที่สาม เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบว่าคุณได้สร้างการคืนค่าระบบของ Windows ก่อนเริ่มการอัพเดตหากคุณเลือกติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ใช่ของ HP ดูข้อมูลเพิ่มเติมใน HP PC - การใช้ Microsoft System Restore (Windows 10, 8)

  1. ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว

  2. ใช้เว็บไซต์ HP Support Assistant หรือ HP Support เพื่อค้นหาไดรเวอร์กราฟิกล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

    • จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด HP Support Assistant หรือคลิกที่ไอคอนแอพในแถบงาน หากไม่มีแอพดังกล่าวในคอมพิวเตอร์ ให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจากเว็บไซต์ HP Support Assistant

    • ไปที่หน้า HP Customer Support - Software and Driver Downloads (ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HP - ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และไดรเวอร์) บนเว็บไซต์ HP

หากไดรเวอร์เป็นข้อมูลล่าสุดแล้วแต่ยังพบปัญหาอยู่ ให้ใช้ Task Manager (ตัวจัดการงาน) เพื่อระบุกระบวนการที่มีปัญหา

การใช้ Task Manager (ตัวจัดการงาน) เพื่อระบุกระบวนการที่เสียหายและลดความร้อน

เมื่อ CPU รับภาระหนักจากกระบวนการหลายรายการ เช่นซอฟต์แวร์ที่เสียหายหรือมัลแวร์ พัดลมจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายความร้อนที่เกินมา เปิด Task Manager (ตัวจัดการงาน) ของ Windows เพื่อระบุหากระบวนการเหล่านี้แล้วปิดการทำงาน

  1. หมายเหตุ:

    กระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็นหรือเสียหายอาจใช้กำลังประมวลผลของ CPU ที่ 1 - 100% แม้ว่าจะมีการใช้กำลังประมวลผลเพียง 3 - 4% ก็อาจทำให้พัดลมทำงานหนักขึ้นได้ แม้ระดับการโหลดต่ำแต่ต่อเนื่องที่ 3% ถึง 4% ก็อาจทำให้พัดลมหมุนเร็วขึ้น

    ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต

  2. กด Ctrl + Alt + Delete จากนั้นเลือก Start Task Manager (เริ่มตัวจัดการงาน) หรือ Task Manager (ตัวจัดการงาน) ขึ้นมา

    การเลือก Task Manager (ตัวจัดการงาน) ใน Windows
  3. คลิก More details (รายละเอียดเพิ่มเติม) หากจำเป็น

    การเลือกรายละเอียดเพิ่มเติม
  4. คลิกแท็บ Processes (กระบวนการ) จากนั้นคลิกหัวข้อคอลัมน์ CPU เพื่อเรียงการประมวลผลตามภาระของ CPU

    การคลิกคอลัมน์หัวข้อ CPU
  5. ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลและยืนยันกระบวนการที่น่าสงสัยใดๆ ที่ปรากฏในรายการ

  6. เลือกกระบวนการที่น่าสงสัย จากนั้นคลิก End task (สิ้นสุดงาน)

หากคุณไม่พบกระบวนการที่น่าสงสัย หรือปัญหายังคงอยู่ ให้ปรับค่าพลังงานบนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อลดการใช้พลังงาน

การปรับค่าพลังงานของคอมพิวเตอร์ใน Windows เพื่อลดเสียงพัดลม

ปรับการตั้งค่าพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงาน ซึ่งสามารถช่วยให้พัดลมคงอุณหภูมิที่เหมาะสมได้สูงสุด 30°C (86°F)

  1. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

  2. จาก Windows คลิกที่ไอคอนแบตเตอรี่ที่ทาสก์บาร์ จากนั้นคลิกและลากแถบเลื่อนไปยังรายการที่เหมาะสมระหว่างค่า Best battery life (อายุการใช้แบตเตอรี่ที่ดีที่สุด) และค่า Best performance (ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด)

    การตั้งค่าแบตเตอรี่

หากยังพบปัญหาอยู่ คุณอาจต้องเพิ่มประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์เพื่อลดความร้อน

การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลดความร้อน

คอมพิวเตอร์จะทำงานหนักขึ้นและร้อนขึ้นเมื่อเปิดแอพพลิเคชั่นหลายตัวพร้อมกัน หรือขณะเล่นเกมที่ใช้กราฟิกเป็นอย่างมาก

ใช้เคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอมพิวเตอร์

  • เปลี่ยนแอพพลิเคชั่นที่จะเปิดขึ้นเมื่อเริ่ม Windows โดยใช้แท็บ Startup (การเริ่มทำงาน) ใน Task Manager (ตัวจัดการงาน)

  • ปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อคุณใช้งานเสร็จแล้ว

  • ปิดอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์เมื่อคุณไม่ได้ใช้งาน

  • ลดความละเอียดของเกมและลดการตั้งค่ากราฟิกหากคอมพิวเตอร์อุ่นขึ้นขณะเล่นเกม

หากยังพบปัญหาอยู่ คุณอาจต้องอัพเดตคอมพิวเตอร์โดยใช้ Windows Update

เรียกใช้ Windows Update (Windows 10)

อัพเดตคอมพิวเตอร์ Windows 10 ของคุณโดยใช้ Windows Update

  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Check for update (ตรวจหาข้อมูลอัพเดต)

    หากมีข้อมูลอัพเดตพร้อมใช้งาน การอัพเดตจะเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ
  2. หลังจากติดตั้งข้อมูลอัพเดต ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์เมื่อได้รับแจ้ง

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP

หากขั้นตอนก่อนหน้านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

  1. ไปที่ ฝ่ายบริการลูกค้าของ HP - การติดต่อ

  2. ป้อนหมายเลขซีเรียลผลิตภัณฑ์ของคุณเพื่อดูสถานะการรับประกัน และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของคุณตามความเหมาะสม

  3. เลือกตัวเลือกบริการสนับสนุน หากคุณอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบบจะนำทางคุณไปยังศูนย์บริการท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณ



ประเทศ/ภูมิภาค: Flag ไทย