ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HP - ฐานความรู้

PC โน้ตบุ๊ก HP - คอมพิวเตอร์ไม่เริ่มทำงาน และไฟ LED ติดสว่างหรือมีสัญญาณเสียงเตือน

เมื่อคุณเปิดคอมพิวเตอร์ ระบบจะทำการทดสอบฮาร์ดแวร์เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของส่วนประกอบ หากคอมพิวเตอร์พบข้อผิดพลาด คอมพิวเตอร์อาจไม่เริ่มทำงานและไฟ LED ติดกะพริบหรือโน้ตบุ๊กจะส่งเสียงเตือน

ทำการรีเซ็ตระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ

ทำการรีเซ็ตระบบ (หรือฮาร์ดรีเซ็ต) เพื่อล้างข้อมูลจากหน่วยความจำคอมพิวเตอร์โดยไม่ลบข้อมูลส่วนบุคคล

รีเซ็ตโน้ตบุ๊กที่มีแบตเตอรี่แบบถอดได้

รีเซ็ตแล็ปท็อปที่มีแบตเตอรี่ที่ถอดได้

  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และถอดสายไฟออก

  2. ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงออก จากนั้นลบคอมพิวเตอร์ออกจากตัวจำลองพอร์ตหรือชุดเชื่อมต่ออุปกรณ์

  3. ถอดแบตเตอรี่จากคอมพิวเตอร์

  4. เมื่อถอดแบตเตอรี่และสายไฟออก ให้กดปุ่ม Power (เปิด/ปิด) ค้างไว้ 15 วินาที

  5. หลังจากที่คุณใช้ตัวเก็บประจุหมดแล้ว ให้ใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไปใหม่ จากนั้นเสียบสายไฟ ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงออกไว้

  6. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

รีเซ็ตแล็ปท็อปที่ไม่มีแบตเตอรี่แบบถอดได้

การรีเซ็ตโน้ตบุ๊กที่ไม่มีแบตเตอรี่แบบถอดได้

  1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และถอดสายไฟออก

  2. ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงออก จากนั้นลบคอมพิวเตอร์ออกจากตัวจำลองพอร์ตหรือชุดเชื่อมต่ออุปกรณ์

  3. เมื่อถอดสายไฟออก ให้กดปุ่ม Power (เปิด/ปิด) ค้างไว้ 15 วินาที

  4. หลังจากที่คุณใช้ตัวเก็บประจุหมด แล้วให้เสียบสายไฟ ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงออกไว้

  5. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

ตรวจสอบไฟ LED โน้ตบุ๊กหรือรหัสเสียง

รูปแบบเฉพาะของไฟ LED ยาวและสั้น หรือเสียงปี๊บสั้นๆ สามารถช่วยระบุปัญหาได้หลากหลาย

หมายเหตุ:

ไม่รองรับรหัสเสียงในผลิตภัณฑ์บางรุ่น

พิจารณารายการต่อไปนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีการติดกะพริบของไฟ LED หรือลำดับเสียงของคอมพิวเตอร์

  • ไฟ LED Caps Lock สีแดงกะพริบแสดงถึงหมวดหมู่ข้อผิดพลาดที่สำคัญ (กะพริบนาน)

  • ไฟ LED Caps Lock สีขาวกะพริบแสดงถึงหมวดหมู่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย (กะพริบสั้น)

  • สำหรับระบบที่ไม่มี LED สีสองดวง ไฟที่ติดกะพริบทั้งสองดวงจะเป็นสีขาว

ไฟสีแดงกะพริบ 4 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 2 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าส่วนพื้นที่หลัก (DXE) ของ BIOS เสียหาย และไม่มีข้อมูลจำลองไบนารีสำหรับกู้คืน กู้คืน BIOS

ค้นหาหมายเลขผลิตภัณฑ์ในคอมพิวเตอร์

ค้นหาชื่อ หมายเลขผลิตภัณฑ์ และหมายเลขซีเรียลอุปกรณ์ของคุณได้จากคอมพิวเตอร์หรือที่กล่องบรรจุภัณฑ์

  • ที่ด้านล่างของโน้ตบุ๊ก

    ฉลากการระบุโน้ตบุ๊กที่ด้านล่างซ้าย
    ฉลากการระบุโน้ตบุ๊กที่ด้านบนขวา
  • ด้านในช่องใส่แบตเตอรี่

    ฉลากการระบุในช่องใส่แบตเตอรี่
  • บนกล่องบรรจุภัณฑ์ที่จัดส่งคอมพิวเตอร์

    ฉลากการระบุรหัสบนกล่องบรรจุภัณฑ์
  • บนขาตั้ง

    ฉลากการระบุที่ขาตั้งของโน้ตบุ๊ก

สร้างไฟล์กู้คืน BIOS บนไดรฟ์ USB

สร้างไฟล์กู้คืน BIOS บนแฟลชไดรฟ์ USB สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณ

หมายเหตุ:

การกำหนดค่า BIOS อาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน และการสืบค้นเมนู BIOS ดูที่เอกสารกำกับสำหรับรุ่นคอมพิวเตอร์ของคุณ

  1. ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใช้การได้และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

  2. ไปที่หน้า การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ของ HP

  3. ไปที่หน้าผลิตภัณฑ์สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  4. เลือก BIOS จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดสำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีเผยแพร่ หรือเวอร์ชั่นเฉพาะที่แนะนำสำหรับกู้คืน ตรวจสอบว่าเป็นชุดอัพเกรด BIOS ที่ถูกต้องก่อนดำเนินการต่อ

    ข้อควรระวัง:

    อ่านรายละเอียดในหัวข้อนี้เพื่อยืนยันว่าได้ปรับใช้กับคอมพิวเตอร์ การติดตั้ง BIOS ที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน

  5. คลิก Download (ดาวน์โหลด) จากนั้นคลิก Run (เรียกใช้)

  6. คลิก Yes (ใช่) จากหน้าจอ User Account Control (ควบคุมบัญชีผู้ใช้)

  7. จากหน้าต่าง InstallShield Wizard คลิก Next (ถัดไป) จากนั้นทำตามคำแนะนำเพื่อติดตั้งอัพเดต

    คลิก Next (ถัดไป) เพื่อเริ่มการติดตั้งข้อมูลอัพเดต BIOS จาก HP
  8. ในหน้าต่าง HP BIOS Update and Recovery (การอัพเดตและกู้คืน HP BIOS) ให้คลิกที่ Next (ถัดไป)

    การคลิก Next (ถัดไป) จากหน้าจอ HP BIOS Update and Recovery (การอัพเดตและกู้คืน HP BIOS)
  9. เลือก Create Recovery USB flash drive (จัดทำแฟลไดร์ฟ USB กู้ข้อมูล) จากนั้นคลิก Next (ถัดไป)

    เลือกช่องทำเครื่องหมายเพื่อสร้างไฟล์กู้ข้อมูล
  10. เลือกแฟลชไดร์ฟ USB ของคุณ จากนั้นคลิกที่ Next (ถัดไป)

    การเลือกแฟลชไดรฟ์ USB ของคุณ
  11. รอขณะคัดลอกไฟล์ BIOS ไปยังแฟลชไดรฟ์ USB

  12. หลังจากข้อความ The recovery flash drive was created successfully (แฟลชไดร์ฟกู้ข้อมูลจัดทำเสร็จสิ้น) ปรากฏขึ้น ให้คลิกที่ Finish (เสร็จสิ้น)

    การเลือก Finish (เสร็จสิ้น) หลังจากข้อความเสร็จสิ้นปรากฏขึ้น
  13. ปิดยูทิลิตี้การอัพเดต แล้วถอดแฟลชไดรฟ์ออกจากคอมพิวเตอร์

ติดตั้งไฟล์กู้คืน BIOS จากไดรฟ์ USB

ติดตั้งไฟล์กู้คืน BIOS บนแฟลชไดรฟ์ USB สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณ

  1. ปิดโน้ตบุ๊กที่ต้องกู้ BIOS จากนั้นรอ 5 - 10 วินาที

  2. อย่างลืมเสียบสายไฟให้กับโน๊ตบุ๊ก ต่อสายไว้ระหว่างการกู้ข้อมูล

  3. เสียบแฟลชไดร์ฟ USB ที่มีไฟล์ BIOS เข้าที่พอร์ต USB ของโน้ตบุ๊ก

  4. กดปุ่ม Windows และ B ค้างไว้พร้อมกัน จากนั้นกดค้างที่ปุ่ม Power (เปิด/ปิด) 2-3 วินาที สำหรับโน้ตบุ๊กบางรุ่น อาจต้องกดค้างที่ปุ่ม Windows และ V ค้างไว้

    ตำแหน่งปุ่มเปิด/ปิดและการกดปุ่มกดบนแป้นพิมพ์
  5. เลือก Yes (ใช่) เพื่อยืนยัน

  6. ปล่อยมือจากปุ่ม Power (เปิด/ปิด) แต่ให้กดปุ่ม Windows และ B หรือ V ต่อไป คุณอาจได้ยินเสียงสัญญาณดังขึ้น

    หน้าจอ HP BIOS Update จะปรากฏขึ้น และการกู้ข้อมูลจะเริ่มต้นขึ้นอัตโนมัติ
  7. ทำตามคำแนะนำเพื่อสิ้นสุดการกู้ข้อมูล

    • หากข้อความแจ้งว่าปิดคอมพิวเตอร์ไม่ถูกต้อง หรือพบปัญหาในการบู๊ต ให้ทำตามคำแแนะนำบนหน้าจอเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด

    • หาก HP BIOS Update ไม่ปรากฏขึ้นหรือยังเกิดปัญหาอยู่ แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่รองรับฟังก์ชั่นนี้หรือมีปัญหากับฮาร์ดไดร์ฟ ไปยัง ฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อขอความช่วยเหลือ

ไฟสีแดงกะพริบ 2 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 3 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าคุณต้องพิมพ์ชุดปุ่มในนโยบายตัวควบคุมแบบฝัง/ตัวควบคุมแป้นพิมพ์ รีเซ็ตตัวควบคุมแบบฝัง

  1. ถอดแหล่งจ่ายไฟ AC จากคอมพิวเตอร์

  2. กดปุ่ม Power เปิด/ปิดค้างไว้เกินกว่า 12 วินาที จากนั้นปล่อย

  3. รอให้คอมพิวเตอร์เปิดทำงานและเริ่มการทำงานตามปกติ

  4. ต่อแหล่งจ่ายไฟ AC กลับเข้าไปที่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ไฟสีแดงกะพริบ 2 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 4 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าตัวควบคุมแบบฝัง/ตัวควบคุมแป้นพิมพ์กำลังตรวจสอบหรือกู้คืน Boot Block รีเซ็ตตัวควบคุมแบบฝัง

  1. ถอดแหล่งจ่ายไฟ AC จากคอมพิวเตอร์

  2. กดปุ่ม Power เปิด/ปิดค้างไว้เกินกว่า 12 วินาที จากนั้นปล่อย

  3. รอให้คอมพิวเตอร์เปิดทำงานและเริ่มการทำงานตามปกติ

  4. ต่อแหล่งจ่ายไฟ AC กลับเข้าไปที่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ไฟสีแดงกะพริบ 3 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 2 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าอาจมีความล้มเหลวเกิดกับระบบพลังงานหน่วยความจำ ติดตั้งหน่วยความจากภายในคอมพิวเตอร์ใหม่

ข้อควรระวัง:

ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบที่อาจชำรุดเสียหายได้จากการคายประจุไฟฟ้าสถิต (ESD) HP แนะนำให้ใช้สายรัดข้อมือป้องกันไฟฟ้าสถิตและทำงานบนพื้นที่ไม่ได้ปูพรมที่มีแผ่นโฟมนำไฟฟ้าเพื่อลดโอกาสในการเกิดความเสียหายจากแรงดันไฟฟ้า (ESD)

  1. ปิดคอมพิวเตอร์ ถอดสายไฟ และถอดแบตเตอรี่

  2. พลิกคอมพิวเตอร์ จากนั้นถอดฝาครอบเพื่อเข้าถึงหน่วยความจำ

    คอมพิวเตอร์บางรุ่นอาจไม่มีฝาครอบช่องติดตั้งหน่วยความจำ ส่งคอมพิวเตอร์ซ่อมหากไม่สามารถเปิดช่องติดตั้งหน่วยความจำได้

    การถอดฝาครอบช่องโมดูลหน่วยความจำ
  3. ค้นหาโมดูลหน่วยความจำ

    ค้นหาตำแหน่งโมดูลหน่วยความจำโดยไปที่ ฝ่ายบริการลูกค้าของ HP แล้วเปิด คู่มือการบำรุงรักษาและบริการ สำหรับข้อมูลหน่วยความจำที่ติดตั้งไว้สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

  4. กราวด์กระแสไฟฟ้าในตัวและถ่ายประจุไฟฟ้าสถิตที่มีโดยวางมือบนเคสคอมพิวเตอร์และให้มืออีกข้างสัมผัสพื้นผิวโลหะหรือวัตถุที่ลงกราวด์ เช่น ชิ้นส่วนโลหะหรือหลอดไฟ

  5. ติดตั้งโมดูลหน่วยความจำในคอมพิวเตอร์เข้าไปใหม่ โดยปรับตำแหน่งรอยหยักที่โมดูลให้ตรงกับแถบในช่องหน่วยความจำ กดโมดูลหน่วยความจำลงเพื่อล็อคเข้าที่

    การติดตั้งหน่วยความจำกลับเข้าไปใหม่
  6. ใส่ฝาครอบ แบตเตอรี่ จากนั้นเสียบสายไฟ

  7. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

  8. ยืนยันว่าคอมพิวเตอร์สามารถเริ่มการทำงานและทำงานในระบบปฏิบัติการ Windows ได้ตามปกติ

    ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP หากคอมพิวเตอร์ไม่ยอมเริ่มทำงานเป็น Windows

ไฟสีแดงกะพริบ 3 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 3 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าอาจมีความล้มเหลวเกิดกับชิปกราฟิก

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อส่งซ่อมเนื่องจากเกิดปัญหากับระบบกราฟิกหรือวิดีโอ

ไฟสีแดงกะพริบ 3 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 4 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าอาจมีความล้มเหลวเกิดกับระบบพลังงาน

  1. ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ

  2. ยืนยันว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟต่อพ่วงมีความจุเพียงพอสำหรับระบบ

ไฟสีแดงกะพริบ 3 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 5 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าคอมพิวเตอร์ไม่พบโปรเซสเซอร์ (CPU)

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อส่งซ่อมเนื่องจากมีปัญหากับเมนบอร์ดหรือ CPU

ไฟสีแดงกะพริบ 3 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 6 ครั้ง

สถานะระบุว่าโปรเซสเซอร์ไม่รองรับคุณสมบัติการทำงานที่เปิดใช้

  1. ล้าง CMOS และอย่าใช้การตั้งค่าที่เลือกไว้

  2. หากคุณยืนยันว่า CPU รองรับการตั้งค่า ให้เปลี่ยน CPU

ไฟสีแดงกะพริบ 4 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 2 ครั้ง

สถานะนี้แสดงว่าโปรเซสเซอร์ (CPU) อาจมีความร้อนสูงเกินไป เมื่ออุณหภูมิภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเกิน 35º C (95º F) ความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อส่วนประกอบภายในที่สำคัญจะเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงโดยการลดความร้อนภายในคอมพิวเตอร์

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊ก

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊กเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจหมักหมมในและรอบๆ ช่องระบายอากาศเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นการปิดกั้นการถ่ายเทของอากาศ และทำให้พัดลมทำงานหนักกว่าปกติในการระบายความร้อน

  1. ปิดคอมพิวเตอร์ ถอดสายไฟและสายต่างๆ จากนั้นรอให้คอมพิวเตอร์เย็นลง

  2. ย้ายวัตถุที่อยู่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ออก

  3. ค้นหาช่องระบายอากาศบนแล็ปท็อปของคุณ โดยปกติจะอยู่ที่ด้านล่างและด้านข้างของคอมพิวเตอร์

    ค้นหาช่องระบายอากาศด้านนอกของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
  4. ใช้อากาศอัดกระป๋องเพื่อกำจัดฝุ่นออกจากช่องระบายอากาศ

    การทำความสะอาดช่องระบายอากาศด้วยอากาศอัดกระป๋อง
  5. รอให้คอมพิวเตอร์เย็นลงประมาณ 10 นาที

  6. เสียบสายไฟอีกครั้ง แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

ไฟสีแดงกะพริบ 4 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 3 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าอุณหภูมิแวดล้อมอาจสูงเกินไป เมื่ออุณหภูมิภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเกิน 35º C (95º F) ความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อส่วนประกอบภายในที่สำคัญจะเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงโดยการลดความร้อนภายในคอมพิวเตอร์

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊ก

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊กเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจหมักหมมในและรอบๆ ช่องระบายอากาศเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นการปิดกั้นการถ่ายเทของอากาศ และทำให้พัดลมทำงานหนักกว่าปกติในการระบายความร้อน

  1. ปิดคอมพิวเตอร์ ถอดสายไฟและสายต่างๆ จากนั้นรอให้คอมพิวเตอร์เย็นลง

  2. ย้ายวัตถุที่อยู่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ออก

  3. ค้นหาช่องระบายอากาศบนแล็ปท็อปของคุณ โดยปกติจะอยู่ที่ด้านล่างและด้านข้างของคอมพิวเตอร์

    ค้นหาช่องระบายอากาศด้านนอกของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
  4. ใช้อากาศอัดกระป๋องเพื่อกำจัดฝุ่นออกจากช่องระบายอากาศ

    การทำความสะอาดช่องระบายอากาศด้วยอากาศอัดกระป๋อง
  5. รอให้คอมพิวเตอร์เย็นลงประมาณ 10 นาที

  6. เสียบสายไฟอีกครั้ง แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

ไฟสีแดงกะพริบ 4 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 4 ครั้ง

สถานะนี้แสดงว่าหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) อาจมีความร้อนสูงเกินไป เมื่ออุณหภูมิภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเกิน 35º C (95º F) ความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อส่วนประกอบภายในที่สำคัญจะเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงโดยการลดความร้อนภายในคอมพิวเตอร์

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊ก

ทำความสะอาดช่องระบายอากาศโน้ตบุ๊กเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจหมักหมมในและรอบๆ ช่องระบายอากาศเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นการปิดกั้นการถ่ายเทของอากาศ และทำให้พัดลมทำงานหนักกว่าปกติในการระบายความร้อน

  1. ปิดคอมพิวเตอร์ ถอดสายไฟและสายต่างๆ จากนั้นรอให้คอมพิวเตอร์เย็นลง

  2. ย้ายวัตถุที่อยู่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์ออก

  3. ค้นหาช่องระบายอากาศบนแล็ปท็อปของคุณ โดยปกติจะอยู่ที่ด้านล่างและด้านข้างของคอมพิวเตอร์

    ค้นหาช่องระบายอากาศด้านนอกของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
  4. ใช้อากาศอัดกระป๋องเพื่อกำจัดฝุ่นออกจากช่องระบายอากาศ

    การทำความสะอาดช่องระบายอากาศด้วยอากาศอัดกระป๋อง
  5. รอให้คอมพิวเตอร์เย็นลงประมาณ 10 นาที

  6. เสียบสายไฟอีกครั้ง แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

ไฟสีแดงกะพริบ 5 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 2 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าตัวควบคุมแบบฝัง/ตัวควบคุมแป้นพิมพ์ไม่สามารถพบเฟิร์มแวร์ที่ใช้งานได้ รีเซ็ตตัวควบคุมแบบฝัง

  1. ถอดแหล่งจ่ายไฟ AC จากคอมพิวเตอร์

  2. กดปุ่ม Power เปิด/ปิดค้างไว้เกินกว่า 12 วินาที จากนั้นปล่อย

  3. รอให้คอมพิวเตอร์เปิดทำงานและเริ่มการทำงานตามปกติ

  4. ต่อแหล่งจ่ายไฟ AC กลับเข้าไปที่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ไฟสีแดงกะพริบ 5 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 3 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าตัวควบคุมแบบฝังตัวไม่สามารถเข้าถึง BIOS ภายในเวลาที่กำหนด

  1. นำอุปกรณ์เสริมทั้งหมดแยกออกจากโน้ตบุ๊ก

  2. ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP หากปัญหายังมีอยู่:

ไฟสีแดงกะพริบ 5 ครั้ง และไฟสีขาวสั้นกะพริบ 4 ครั้ง

สถานะนี้ระบุว่าตัวควบคุมแบบฝังถึงขีดจำกัดเวลาที่ต้องรอให้ BIOS กลับมาจากการเริ่มการทำงานของเมนบอร์ด

  1. นำอุปกรณ์เสริมทั้งหมดแยกออกจากโน้ตบุ๊ก

  2. ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP หากปัญหายังมีอยู่:

ไฟแสดงการทำงานของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กดับหรือกะพริบ

LED แสดงไฟแบตเตอรี่ที่ดับหรือกะพริบจะระบุสถานะของแหล่งจ่ายไฟ

การเชื่อมต่ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC

ต่ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC ของ HP เข้ากับโน้ตบุ๊ก HP เพื่อชาร์จแบตเตอรี่และจ่ายไฟให้โน้ตบุ๊ก

  1. ยืนยันว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟและโน้ตบุ๊กเป็นชิ้นส่วนของแท้จาก HP

    ข้อควรระวัง:

    อย่าใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟจาก HP กับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ HP และอย่าใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟที่ไม่ใช่ของ HP บนอุปกรณ์ของ HP

    อะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC พร้อมโลโก้ HP ถูกแรเงาไว้
  2. เชื่อมต่อขั้วต่อไฟ DC เข้ากับพอร์ตจ่ายไฟบนโน้ตบุ๊ก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เสียบขัวต่อเข้าที่พอร์ตจ่ายไฟอย่างแน่นหนาแล้ว

    อะแดปเตอร์ AC ที่เสียบเข้ากับพอร์ตจ่ายไฟอย่างแน่นหนา
    อะแดปเตอร์ AC ที่ไม่ได้เสียบเข้ากับพอร์ตจ่ายไฟอย่างแน่นหนา
  3. ต่อสายไฟเข้ากับอะแดปเตอร์จ่ายไฟ จากนั้นเสียบสายไฟเข้ากับเต้าเสียบไฟฟ้า AC ที่ผนังที่ใช้งานได้ปกติ

    หมายเหตุ:

    สายไฟจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและประเทศ

    ส่วนประกอบของอะแดปเตอร์ AC

    หมายเลข

    คำอธิบาย

    1.

    อะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC

    2.

    ขั้วต่อไฟ DC

    3.

    สายไฟ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโน้ตบุ๊กได้รับไฟเลี้ยง

ตรวจสอบสัญญาณที่เต้ารับไฟฟ้าที่ผนัง อะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC และโน้ตบุ๊กว่ามีไฟเลี้ยงเข้าสู่ระบบ

  1. ถอดอะแดปเตอร์จ่ายไฟออกจากเต้ารับไฟฟ้าที่ผนัง

  2. ทดสอบเต้ารับไฟฟ้าที่ผนังโดยต่อกับหลอดไฟขนาดเล็กหรืออุปกรณ์ไฟ้าอื่นๆ ที่คุณทราบว่าทำงานได้ปกติ

    หากเต้ารับไฟฟ้าที่ผนังไม่จ่ายไฟ ให้ทดสอบกับหลอดไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ กับเต้ารับไฟฟ้าที่ผนังจุดอื่นๆ จนกว่าคุณจะพบเต้ารับไฟฟ้าที่ผนังที่ทำงานได้ปกติ

  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายอะแดปเตอร์จ่ายไฟต่อเข้ากับอะแดปเตอร์จ่ายไฟและโน้ตบุ๊กอย่างแน่นหนา

  4. ต่ออะแดปเตอร์จ่ายไฟเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าใหม่ จากนั้นยืนยันว่าไฟ LED บนอะแดปเตอร์จ่ายไฟติดสว่าง หากไฟ LED ไม่ติด แสดงว่าอาจมีปัญหากับอะแดปเตอร์จ่ายไฟ

    หมายเหตุ:

    อะแดปเตอร์จ่ายไฟบางตัวไม่มีไฟ LED

  5. ตรวจสอบพอร์ตจ่ายไฟที่คอมพิวเตอร์เพื่อให้แน่ใจว่าไฟ LED ติด หากไฟ LED ไม่ติด แสดงว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟอาจทำงานไม่ถูกต้องหรือบอร์ดระบบของโน้ตบุ๊กอาจเสียหาย ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

    ตัวอย่างไฟ LED แสดงการทำงานของอะแดปเตอร์ AC
  6. ตรวจสอบไอคอนแบตเตอรี่ของ Windows

    หมายเหตุ:

    Windows จะแสดงไอคอนการชาร์จแบตเตอรี่ในถาดระบบ ดูที่ไอคอนนี้จากเดสก์ท็อปของ Windows ซึ่งอยู่ติดกับวันที่และเวลา

    • หากไอคอนการชาร์จแบตเตอรี่ปรากฏขึ้น แสดงว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟทำงานได้ถูกต้องและกำลังจ่ายไฟให้โน้ตบุ๊ก

      ไอคอนการชาร์จแบตเตอรี่
    • หากไอคอนมาตรวัดพลังงานแบตเตอรี่ปรากฏขึ้น แสดงว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟทำงานไม่ถูกต้องและต้องเปลี่ยนใหม่

      ไอคอนมาตรวัดแบตเตอรี่

การสั่งซื้ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC

อะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับโน้ตบุ๊กแต่ละรุ่น ค้นหาหมายเลขผลิตภัณฑ์ของคุณ จากนั้นใช้เพื่อสั่งซื้ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ AC จาก HP Parts Store

หมายเหตุ:

บางประเทศหรือภูมิภาคอาจไม่รองรับการสั่งซื้อชิ้นส่วนผ่าน HP.com ดูร้านค้าปลีกของ HP ในพื้นที่ของคุณหรือติดต่อ HP โดยตรงเพื่อจัดซื้ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ แบตเตอรี่ หรือชิ้นส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม

  1. ค้นหาหมายเลขผลิตภัณฑ์สำหรับโน้ตบุ๊กของคุณ มองหาแท็กข้อมูลผลิตภัณฑ์บนโน้ตบุ๊ก หรือกดปุ่ม Fn และ Esc เพื่อเปิดหน้าต่าง HP System information (ข้อมูลระบบ) ใน Windows 10 คุณอาจต้องดาวน์โหลด HP System Information จาก Windows Store

  2. ไปที่ HP Parts Store

  3. จากช่อง Find your part (ค้นหาชิ้นส่วนของคุณ) ให้ป้อนหมายเลขผลิตภัณฑ์ของคุณ จากนั้นกดปุ่ม Enter

    หมายเหตุ:

    ลบส่วนต่อท้ายของหมายเลขผลิตภัณฑ์ออก เช่น DZ357U # ABA จะต้องป้อนเป็น DZ357U

  4. เมื่อได้รับแจ้ง ให้เลือกหมายเลขรุ่นของคุณ

  5. จากช่อง Category search (ค้นหาหมวดหมู่) เลือก Batteries and Adapters (แบตเตอรี่และอะแดปเตอร์) จากเมนูแสดงรายการ อะแดปเตอร์จ่ายไฟที่ใช้งานร่วมกันได้จะแสดงในรายการชิ้นส่วน

    หมายเหตุ:

    อะแดปเตอร์จ่ายไฟไม่ได้้มาพร้อมกับสายไฟ (สายที่เชื่อมต่อกับอะแดปเตอร์จ่ายไฟและเต้าเสียบไฟฟ้าที่ผนัง) เว้นแต่จะระบุไว้ชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

  6. เลือกอะแดปเตอร์จ่ายไฟ จากนั้นพิมพ์ปริมาณ แล้วเลือก ช่องทำเครื่องหมาย ในคอลัมน์สุดท้าย

  7. คลิก Proceed to checkout (ดำเนินการต่อเพื่อชำระเงิน) เพื่อเสร็จสิ้นการสั่งซื้อชิ้นส่วน หรือคลิก Add to Cart (เพิ่มไปยังรถเข็น) เพื่อเพิ่มชิ้นส่วนและช้อปปิ้งชิ้นส่วนอื่นๆ

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ HP เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากปัญหายังคงอยู่

  1. ไปที่ ฝ่ายบริการลูกค้าของ HP - การติดต่อ

  2. ป้อนหมายเลขซีเรียลผลิตภัณฑ์ของคุณเพื่อดูสถานะการรับประกัน และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของคุณตามความเหมาะสม

  3. เลือกตัวเลือกบริการสนับสนุน ตัวเลือกการช่วยเหลืออาจแตกต่างกันไปตามประเทศ/ภูมิภาค



ประเทศ/ภูมิภาค: Flag ไทย