ยินดีต้อนรับสู่ฝ่ายบริการลูกค้า HP

  • ข้อมูล
    ยินดีต้อนรับลูกค้าเครื่องพิมพ์Samsung(ซัมซุง)

    ต้องการการความช่วยเหลือและบริการสำหรับเครื่องพิมพ์ Samsung(ซัมซุง) ของคุณหรือไม่?  HP ช่วยคุณได้! เรียนรู้เพิ่มเติม

HP Enterprise MFP - ตั้งค่าและกำหนดค่าสมุดที่อยู่

บทนำ
สมุดที่อยู่คือรายการผู้ติดต่อที่ใช้บ่อยที่เก็บไว้สำหรับการเลือกที่รวดเร็วขณะส่งเอกสารจากแผงควบคุมเครื่องพิมพ์ ใช้หน้า สมุดที่อยู่ เพื่อกำหนดค่าและเปิดใช้งานคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ต่อไปนี้:
  • กำหนดค่าพารามิเตอร์ค้นหา
  • เพิ่มผู้ติดต่อแบบบุคคลหรือกลุ่ม
  • แก้ไขผู้ติดต่อที่มีอยู่
ขั้นตอนที่หนึ่ง: เข้าถึง HP Embedded Web Server (EWS)
  1. FutureSmart 3: จากหน้าจอหลักบนแผงควบคุมของเครื่องพิมพ์ ให้แตะปุ่มเครือข่าย เพื่อแสดงที่อยู่ IP หรือชื่อโฮสต์
    FutureSmart 4: จากหน้าจอหลักบนแผงควบคุมเครื่องพิมพ์ ให้แตะไอคอนข้อมูล แล้วแตะไอคอนเครือข่าย เพื่อแสดง IP แอดเดรสหรือชื่อโฮสต์
  2. เปิดเว็บเบราเซอร์ และในบรรทัดที่อยู่ ให้พิมพ์ IP แอดเดรสหรือชื่อโฮสต์ของเครื่องพิมพ์ตรงตามที่แสดงบนแผงควบคุมเครื่องพิมพ์ กดปุ่ม Enter บนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ EWS จะเปิดขึ้น
    รูปภาพ : ตัวอย่างของ IP แอดเดรสในหน้าต่างเบราเซอร์
      บันทึก
    หากเว็บเบราเซอร์แสดงข้อความระบุว่าการเข้าถึงเว็บไซต์อาจไม่ปลอดภัย ให้เลือกตัวเลือกเพื่อดำเนินต่อไปยังเว็บไซต์ การเข้าถึงเว็บไซต์นี้จะไม่เป็นอันตรายกับคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนที่สอง: ตั้งค่าการตั้งค่าผู้ติดต่อเครือข่าย
ใช้พื้นที่ การตั้งค่าผู้ติดต่อในเครือข่าย ของหน้า สมุดที่อยู่ เพื่อเปิดใช้งานผู้ติดต่อในเครือข่ายและเพื่อระบุวิธีค้นหาสำหรับการค้นหาผู้ติดต่อในเครือข่าย
ตั้งค่าวิธีค้นหา
  1. โดยใช้แท็บการนำทางด้านบน ให้คลิก สแกน/ส่งดิจิตอล
  2. ในบานหน้าต่างนำทางด้านซ้าย ให้คลิก สมุดที่อยู่ หรือ ผู้ติดต่อ
  3. เลือกวิธีค้นหา:
    • การค้นหาด่วน (ค้นหารายการที่ตรงกันที่ขึ้นต้นด้วยสตริงค้นหา)
    • การค้นหาแบบละเอียด (ค้นหารายการที่ตรงกันที่มีสตริงค้นหา)
เปิดใช้งานผู้ติดต่อส่วนบุคคล (เลือกหรือไม่ก็ได้)
คุณสามารถเข้าใช้รายการผู้ติดต่อส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้จากรายการผู้ติดต่อส่วนบุคคลใน Microsoft Exchange Server ผู้ใช้สามารถใช้งานแอดเดรสเหล่านี้ได้เมื่อลงชื่อเข้าใช้ที่แผงควบคุมเครื่องพิมพ์โดยใช้ Windows จากนั้นเลือกมุมมองสมุดที่อยู่ ผู้ติดต่อส่วนบุคคล
  บันทึก
หากพบปัญหาเมื่ออิมปอร์ตสมุดที่อยู่จากเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Exchange ที่ใหม่กว่า ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ HP สำหรับความช่วยเหลือ
  1. โดยใช้แท็บการนำทางด้านบน ให้คลิก สแกน/ส่งดิจิตอล
  2. ในบานหน้าต่างนำทางด้านซ้าย ให้คลิก สมุดที่อยู่ หรือ ผู้ติดต่อ
  3. เลือกช่องทำเครื่องหมาย เปิดผู้ติดต่อส่วนบุคคล (เมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ Windows ที่เครื่อง)
  4. คลิกปุ่ม ทดสอบเซิร์ฟเวอร์ Exchange เพื่อทดสอบการเชื่อมต่อกับ Microsoft Exchange Server
    1. Windows Domain ป้อนชื่อโดเมน Windows
    2. ชื่อผู้ใช้: ป้อนชื่อผู้ใช้
    3. รหัสผ่าน: ป้อนรหัสผ่าน
    4. ทดสอบ: พิมพ์ตัวอักษรในชื่อผู้ติดต่ออย่างน้อยสามตัว แล้วคลิกปุ่ม ทดสอบ
  5. คลิก ใช้ เพื่อบันทึกการตั้งค่า
เปิดใช้งานผู้ติดต่อเครือข่าย (เลือกหรือไม่ก็ได้)
บทนำ
คุณสมบัติ Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) ช่วยให้เข้าใช้สมุดที่อยู่เครือข่ายได้ ใช้ส่วนต่อไปนี้เพื่อตั้งค่าคุณสมบัติผู้ติดต่อในเครือข่าย
  บันทึก
เครื่องพิมพ์ต้องมีเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ที่ถูกต้องเพื่อทำงานร่วมกับคุณสมบัติ LDAP
ก่อนที่คุณจะเริ่ม
ผู้ดูแลระบบต้องมีข้อมูลต่อไปนี้ก่อนเริ่มต้นกระบวนการกำหนดค่า
การตั้งค่าผู้ติดต่อเครือข่าย:
  • ข้อกำหนดการตรวจสอบความถูกต้องของเซิร์ฟเวอร์
  • พาธสำหรับเริ่มการค้นหา (BaseDN, รูทการค้นหา) (เช่น o=mycompany.com)
  • แอททริบิวต์สำหรับการจับคู่ชื่อที่ป้อน (เช่น cn หรือ samAccountName), รับอีเมล์แอดเดรส (เช่น mail) และวิธีการแสดงชื่อบนแผงควบคุม (เช่น displayName)
การกำหนดค่า SMTP เริ่มต้น
  • เซิร์ฟเวอร์ SMTP (เช่น smtp.mycompany.com)
  • พอร์ต SMTP (เช่น 25, 587, 465)
  • ข้อกำหนดการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (เช่น ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเสมอ (SSL/TLS))
  • ข้อกำหนดการรับรองความถูกต้องของเซิร์ฟเวอร์ SMTP สำหรับข้อความอีเมล์ขาออก รวมถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ใช้สำหรับการรับรองความถูกต้อง หากมี
รับผู้ติดต่อจากเซิร์ฟเวอร์ LDAP
รับแอดเดรสจากเซิร์ฟเวอร์ LDAP เพื่อให้ผู้ใช้ที่แผงควบคุมเครื่องพิมพ์สามารถใช้แอดเดรสเหล่านั้นได้ แอดเดรสเหล่านี้จะใช้งานได้เมื่อผู้ใช้เลือกมุมมองสมุดที่อยู่ ผู้ติดต่อทั้งหมด
  1. โดยใช้แท็บการนำทางด้านบน ให้คลิก สแกน/ส่งดิจิตอล
  2. ในบานหน้าต่างนำทางด้านซ้าย ให้คลิก สมุดที่อยู่ หรือ ผู้ติดต่อ
  3. เลือกช่องทำเครื่องหมาย เปิดผู้ติดต่อเครือข่าย (ใช้เซิร์ฟเวอร์ LDAP)
  4. คลิก เพิ่ม
  5. ในฟิลด์ แอดเดรสเซิร์ฟเวอร์ LDAP ให้ป้อน IP แอดเดรสสำหรับเซิร์ฟเวอร์ LDAP หรือหากไม่ทราบชื่อของเซิร์ฟเวอร์ LDAP ที่จะใช้ ให้คลิก ค้นหาอัตโนมัติ เพื่อดูรายการของเซิร์ฟเวอร์ LDAP ที่มีอยู่ เลือกเซิร์ฟเวอร์ LDAP ที่จะใช้ จากนั้นคลิก OK
      บันทึก
    หากเซิร์ฟเวอร์ LDAP ที่คุณต้องการใช้ไม่มีอยู่ในรายการ ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ และรับ IP แอดเดรสและรหัสแอททริบิวต์
  6. ในการใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (SSL) ให้เลือกช่องทำเครื่องหมายถัดจาก ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (SSL)
  7. หากเซิร์ฟเวอร์ LDAP ต้องการการรับรองความถูกต้อง ให้เลือกประเภทการรับรองความถูกต้องที่เหมาะสมสำหรับเซิร์ฟเวอร์ LDAP ในพื้นที่ ข้อกำหนดการตรวจสอบความถูกต้องของเซิร์ฟเวอร์ อาจไม่มีฟิลด์อื่นบางฟิลด์ในส่วนนี้เนื่องจากเป็นฟิลด์ที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจสอบความถูกต้อง ป้อนข้อมูลลงในฟิลด์ที่จำเป็น คุณต้องใช้ชื่อต่างๆ ที่ตรงกับการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์ LDAP
      บันทึก
    ผู้ใช้ที่ใช้ข้อมูลการตรวจสอบของ Windows ในการลงชื่อเข้าใช้จะสามารถเลือกตัวเลือกเพื่อใช้ข้อมูลการตรวจสอบเหล่านั้นกับการตรวจสอบของเซิร์ฟเวอร์ LDAP ได้
    ประเภทของการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับเครื่องพิมพ์ที่จะสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ LDAP:
    ประเภทการตรวจสอบสิทธิ์
    คำอธิบาย
    เซิร์ฟเวอร์ไม่ต้องการการตรวจสอบความถูกต้อง
    เซิร์ฟเวอร์ไม่กำหนดให้ใช้ข้อมูลการตรวจสอบในการเข้าใช้ฐานข้อมูล LDAP
    ไม่มีตัวเลือกในการใช้ข้อมูลการตรวจสอบของผู้ใช้ MFP
    เซิร์ฟเวอร์ต้องการการตรวจสอบความถูกต้อง
    ใช้ข้อมูลการตรวจสอบผู้ใช้เพื่อเชื่อมต่อหลังจากลงชื่อเข้าใช้ที่แผงควบคุมเครื่องพิมพ์
    Windows Negotiated (SPNEGO)
    เซิร์ฟเวอร์กำหนดให้ใช้ข้อมูลการตรวจสอบในการเข้าใช้ฐานข้อมูล LDAP และจะมีการเข้ารหัสผ่านและข้อมูลการตรวจสอบที่ถูกส่งข้ามเครือข่าย
    จะมีการใช้ฟิลด์โดเมนและตัวเลือกในการใช้ข้อมูลตรวจสอบของผู้ใช้ MFP
    ข้อมูลประจำตัวอย่างง่าย
    เซิร์ฟเวอร์กำหนดให้ใช้ข้อมูลการตรวจสอบในการเข้าใช้ฐานข้อมูล LDAP แต่จะไม่มีการเข้ารหัสเมื่อรหัสผ่านถูกส่งข้ามเครือข่าย
    มีการใช้ฟิลด์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
  8. ในส่วน การตั้งค่าการค้นหาฐานข้อมูล LDAP ให้คลิก ค้นหาอัตโนมัติ เพื่อเรียกดูจุดที่จะเริ่มการค้นหาฐานข้อมูล
      บันทึก
    ตามค่าเริ่มต้น จะใช้แอททริบิวต์ Active Directory หากแอททริบิวต์เหล่านี้ใช้ไม่ได้ผล ให้ลองใช้ตัวเลือก ใช้แอททริบิวต์ที่กำหนดเอง และคลิกปุ่ม ค้นหาอัตโนมัติ เพื่อค้นหาแอททริบิวต์ที่ถูกต้อง
  9. เลือกตัวเลือก ที่มาสำหรับชื่อแอททริบิวต์ ที่เหมาะสม โดยปกติฟิลด์แอททริบิวต์จะถูกเติมค่าโดยอัตโนมัติ
  10. ในส่วน ทดสอบการเรียก LDAP คุณสามารถทดสอบการเรียกคืนข้อมูล LDAP โดยพิมพ์ค่าแอททริบิวบางส่วนลงไป เช่น ตัวอักษรบางตัวในชื่อของผู้รับ แล้วคลิก ทดสอบ พิมพ์อักขระอย่างน้อยสามตัว
ขั้นตอนที่สาม: ตั้งค่าผู้ติดต่อที่จัดเก็บในเครื่อง
ใช้ปุ่ม อิมปอร์ต เพื่อโหลดรายการอีเมล์แอดเดรสที่ใช้บ่อยจำนวนมากลงในเครื่องพิมพ์พร้อมกันทั้งรายการ แทนการเพิ่มทีละแอดเดรส
หากคุณต้องการเพิ่มผู้ติดต่อเข้าสู่เครื่องพิมพ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง คุณควรเพิ่มในเครื่องพิมพ์เครื่องหนึ่ง ทำการแก้ไขรายการ และใช้ปุ่ม อิมปอร์ต และ เอ็กซ์ปอร์ตทั้งหมด เพื่อส่งแอดเดรสไปยังเครื่องพิมพ์อื่น
งานในสมุดที่อยู่
เพิ่มผู้ติดต่อรายเดียวหรือเป็นกลุ่มโดยการคลิก เพิ่มผู้ติดต่อ หรือ เพิ่มกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการเปิดหน้า เพิ่มผู้ติดต่อ หรือ เพิ่มกลุ่ม
เพิ่มผู้ติดต่อ
  1. คลิก เพิ่มผู้ติดต่อ หน้า เพิ่มผู้ติดต่อ จะปรากฏขึ้น
  2. กรอกข้อมูลในฟิลด์ต่อไปนี้:
    • ชื่อผู้ติดต่อ หรือ ชื่อที่แสดง: ป้อนชื่อผู้ติดต่อ (จำเป็น)
    • ชื่อ: ป้อนชื่อ (เลือกหรือไม่ก็ได้)
    • นามสกุล: ป้อนนามสกุล (เลือกหรือไม่ก็ได้)
    • หมายเลขโทรศัพท์: ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ (เลือกหรือไม่ก็ได้)
    • หมายเลขโทรสาร: ป้อนหมายเลขโทรสาร (อาจจำเป็น)
    • อีเมล์แอดเดรส: ป้อนอีเมล์แอดเดรส (อาจจำเป็น)
      บันทึก
    ต้องป้อนอีเมล์แอดเดรส หมายเลขโทรสาร หรือโฟลเดอร์เครือข่ายสำหรับผู้ติดต่อ
  3. หากใช้โฟลเดอร์เครือข่ายสำหรับสแกน/ส่งดิจิตอล ให้คลิกช่องทำเครื่องหมาย โฟลเดอร์เครือข่าย และตั้งค่าหนึ่งในตัวเลือกโฟลเดอร์ต่อไปนี้: ถูกเลือก และเพิ่มพาธ UNC ไปยังโฟลเดอร์ในฟิลด์ พาธโฟลเดอร์ UNC โดยใช้รูปแบบต่อไปนี้: \\host\share
    • โฟลเดอร์มาตรฐานที่ใช้ร่วมกัน
    • โฟลเดอร์ FTP
  4. คลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกผู้ติดต่อใหม่ในเครื่องพิมพ์
เพิ่มกลุ่ม
  1. คลิก เพิ่มกลุ่ม หน้า เพิ่มกลุ่ม จะปรากฏขึ้น
  2. เพิ่มกลุ่มอีเมล์:
    1. เลือก เพิ่มกลุ่มอีเมล์
    2. ป้อนชื่อสำหรับกลุ่มใหม่ในฟิลด์ ชื่อกลุ่ม หรือ ชื่อที่แสดง
    3. ในการเพิ่มสมาชิกลงในกลุ่ม ให้พิมพ์อีเมล์แอดเดรสในฟิลด์ เพิ่มสมาชิก หรือเพิ่มจากสมุดที่อยู่
  3. เพิ่มกลุ่มโฟลเดอร์:
    1. เลือก เพิ่มกลุ่มโฟลเดอร์
    2. ป้อนชื่อสำหรับกลุ่มใหม่ในฟิลด์ ชื่อกลุ่ม
    3. เพิ่มโฟลเดอร์จากสมุดที่อยู่
  4. เมื่อคุณเพิ่มสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มแล้ว ให้คลิกปุ่ม ตกลง เพื่อบันทึกกลุ่ม
แก้ไขผู้ติดต่อหรือกลุ่ม
  1. เลือกผู้ติดต่อหรือกลุ่มเพื่อแก้ไข ป้อนชื่อในฟิลด์ค้นหาเพื่อค้นหาผู้ใช้ที่เจาะจง
  2. คลิกปุ่ม แก้ไข
  3. แก้ไขผู้ติดต่อหรือกลุ่มตามที่ต้องการ
  4. คลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกการแก้ไขของคุณ
ลบผู้ติดต่อหรือกลุ่ม
  1. เลือกผู้ติดต่อหรือกลุ่มที่จะลบ พิมพ์ชื่อในฟิลด์ค้นหาเพื่อค้นหาผู้ติดต่อหรือกลุ่มที่เจาะจง
  2. คลิกปุ่ม ลบ
  3. ในหน้าที่แสดงผล จะมีพรอมต์ให้คุณยืนยันการลบผู้ติดต่อหรือกลุ่มที่เลือกไว้ เมื่อลบแล้วไม่สามารถเรียกคืนผู้ติดต่อหรือกลุ่มได้อีก คลิก OK เพื่อยืนยันการเลือก ผู้ติดต่อหรือกลุ่มถูกลบ
อิมปอร์ต/เอ็กซ์ปอร์ตทั้งหมด
ใช้หน้านี้เพื่ออิมปอร์ต/เอ็กซ์ปอร์ตสมุดที่อยู่และข้อมูลของผู้ใช้ไปยังและจากเครื่องพิมพ์
เมื่อคุณอิมปอร์ตข้อมูลลงในเครื่องพิมพ์ จะเป็นการเพิ่มผู้ติดต่อ โทรสารด่วน หรือแอคเคาท์ผู้ใช้ใหม่ด้วย เพื่อให้สามารถเข้าใช้ข้อมูลได้ในเครื่องพิมพ์นี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างรายการเริ่มต้น หรือเก็บข้อมูลปัจจุบันของเครื่องพิมพ์ HP ได้สะดวกยิ่งขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
เมื่อคุณเอ็กซ์ปอร์ตบันทึก จะเป็นการบันทึกอีเมล์ โทรสาร หรือบันทึกผู้ใช้จากเครื่องพิมพ์ลงในไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถใช้ไฟล์นี้เป็นข้อมูลสำรอง หรือใช้เพื่ออิมปอร์ตบันทึกข้อมูลมายังเครื่องพิมพ์อื่นของ HP ได้ด้วย
อิมปอร์ตสมุดที่อยู่
ในการอิมปอร์ตข้อมูลสมุดที่อยู่ ขั้นแรก ให้สร้างไฟล์ที่มีรูปแบบค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) รูปแบบ CSV เป็นรูปแบบข้อมูลทั่วไปที่ใช้ในการโอนข้อมูลระหว่างโปรแกรมฐานข้อมูลหรือเครื่องพิมพ์ ไฟล์นี้อาจถูกสร้างโดยใช้โปรแกรมสเปรดชีท เช่น Microsoft Excel หรือโปรแกรมข้อความ เช่น Microsoft Notepad หลังจากสร้างไฟล์แล้ว อย่าลืมว่าคุณต้องบันทึกหรือเอ็กซ์ปอร์ตไฟล์เป็นประเภท .CSV คุณสามารถสร้างไฟล์ข้อมูลโดยเอ็กซ์ปอร์ตรายชื่อผู้ติดต่อจาก Microsoft Outlook หรือไคลเอนต์อีเมล์อื่นๆ และบันทึกเป็นไฟล์ .CSV ได้อีกด้วย
  บันทึก
เพื่อเป็นการช่วยสร้างหรืออิมปอร์ตไฟล์ .CSV ให้ลองเอ็กซ์ปอร์ตสมุดที่อยู่ที่มีอยู่แล้วเพื่อใช้เป็นเทมเพลต
อิมปอร์ตสมุดที่อยู่
  1. สร้างไฟล์ข้อมูลที่มีแถวหัวเรื่องพร้อมคอลัมน์ที่ต้องการข้อมูล สามารถใช้คอลัมน์ต่อไปนี้
    • name (หรือ "first name" และ "last name")
    • address (or “emailaddress”, “email”, “email address”, “e-mail”, or “e-mail address”)
    • dlname
    • faxnumber (or “business fax”, “home fax”, or “other fax”)
    • speeddial
    • code
    • pin
    แถวหัวเรื่องคือแถวแรกของสเปรดชีทหรือไฟล์
  2. หลังจากแถวหัวเรื่อง เพิ่มแถวที่มีสมุดที่อยู่หรือบันทึกผู้ใช้แต่ละรายการ โปรดดูส่วน ข้อมูลที่จำเป็นและข้อจำกัดของบันทึก ด้านล่างเพื่อค้นหาคอลัมน์ที่จำเป็นสำหรับประเภทบันทึกแต่ละประเภท
    สามารถมีคอลัมน์ว่างเปล่าได้ หากคุณสร้างไฟล์อิมปอร์ตข้อความ ให้แทรกจุลภาคสำหรับฟิลด์ที่ว่างเปล่าแต่ละฟิลด์
    หากข้อมูลในฟิลด์มีคอมมา ตัวอักษร Carriage Return (\r) หรือ Line Feed (\n) ข้อมูลในฟิลด์ดังกล่าวต้องล้อมรอบด้วยเครื่องหมายคำพูด เช่น
    "Smith, Joe"
    ฟิลด์ที่มีเครื่องหมายคำพูดคู่ต้องล้อมรอบด้วยเครื่องหมายคำพูดคู่ เครื่องหมายคำพูดคู่แต่ละตัวต้องแทนด้วยเครื่องหมายคำพูดคู่หนึ่งคู่
    หากคุณใช้ Excel สร้างไฟล์อิมปอร์ต ห้ามใช้เครื่องหมายคำพูด เนื่องจาก Excel จะแทรกเครื่องหมายคำพูดโดยอัตโนมัติเมื่อแปลงเป็นไฟล์ .CSV
  3. บันทึกไฟล์อิมปอร์ต
    หากคุณสร้างไฟล์ใน Excel ให้เลือก Save As (บันทึกเป็น) จากเมนู File (ไฟล์) แล้วเลือก .CSV (คั่นด้วยคอมมา)(*.csv) ในช่องดรอปดาวน์ Save as type (บันทึกเป็นชนิด)
    หากสร้างเป็นไฟล์ข้อความ ให้เลือก Save As (บันทึกเป็น) จากเมนู File (ไฟล์) แล้วพิมพ์ .csv แทนนามสกุลไฟล์ .txt
  4. ในการอิมปอร์ตไฟล์ต้นทางลงในเครื่องพิมพ์ ให้คลิกปุ่ม อิมปอร์ต ภายใต้ ผู้ติดต่อที่จัดเก็บในเครื่อง แล้วคลิกปุ่ม เรียกดู... เพื่อเรียกดูไฟล์ข้อมูลต้นทาง หากไฟล์มีการเข้ารหัส ให้ใส่คีย์เข้ารหัส
  5. คลิก อิมปอร์ต เพื่ออิมปอร์ตไฟล์ข้อมูลลงในเครื่องพิมพ์ กระบวนการอิมปอร์ตจะใช้เวลาประมาณ 1 นาทีสำหรับการบันทึก 1,000 รายการ ขึ้นอยู่กับความเร็วของเครือข่าย
    เมื่อกระบวนการอิมปอร์ตเสร็จสิ้น ข้อความจะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงจำนวนบันทึกที่อิมปอร์ตได้สำเร็จ และแจ้งว่ามีข้อผิดพลาดในการอิมปอร์ตเกิดขึ้นหรือไม่
ข้อมูลที่จำเป็นและข้อจำกัดของบันทึก
ประเภทบันทึก
ข้อมูลที่จำเป็น
ความยาวฟิลด์สูงสุด
ที่อยู่อีเมล
name (หรือ "first name" และ "last name")
address1
64 ตัวอักษร Unicode
256 ตัวอักษร Unicode
บันทึกผู้ใช้
name
pin
address1
245 ตัวอักษร
4-8 หลัก
255 ตัวอักษร
รายชื่อผู้ติดต่อทางอีเมล์
name
address1
dlname
64 ตัวอักษร Unicode
256 ตัวอักษร Unicode
64 ตัวอักษร Unicode2
หมายเลขโทรสาร
name
faxnumber1
64 ตัวอักษร Unicode
80 ตัวอักษร Unicode
โทรสารด่วน
faxnumber1
speeddial2
code2
80 ตัวอักษร Unicode
64 ตัวอักษร Unicode
2 หลัก
โทรด่วนสูงสุด 100 รายการ แต่ละรายการมีสูงสุด 100 รายการ
1สามารถเรียกฟิลด์ “address” เป็น ”emailaddress”, “email”, “email address”, “e-mail” หรือ “e-mail address” สามารถเรียกฟิลด์ “faxnumber” เป็น “business fax”, “home fax” หรือ “other fax”
2ฟิลด์ "speeddial" มีชื่อโทรด่วน เช่น "Johnson Janitorial" และฟิลด์ "code" มีรหัสโทรด่วน (หมายเลขระหว่าง 0 ถึง 99) เช่น 08 ยอมรับหมายเลขหนึ่งหลักหรือสองหลัก เช่น สามารถใช้ 06 หรือ 6
การสร้างไฟล์อิมปอร์ตโดยใช้ Microsoft Outlook
หากคุณบันทึกรายชื่อผู้ติดต่อใน Microsoft Outlook ให้เอ็กซ์ปอร์ตเป็นไฟล์ .CSV แล้วใช้ไฟล์นั้นเพื่ออิมปอร์ตลงในเครื่องพิมพ์
สร้างไฟล์ .CSV โดยใช้ Microsoft Outlook
  1. จากเมนู File (ไฟล์) ใน Outlook ให้เลือก Import (นำเข้า) และ Export... (ส่งออก)
  2. ใน Import and Export Wizard (ตัวช่วยสร้างการนำเข้าและส่งออก) ให้เลือก Export (ส่งออก) ไปยังไฟล์ และคลิก Next (ถัดไป)
  3. เลือก Comma Separated Values (DOS) (ค่าที่มีการแบ่งโดยเครื่องหมายจุลภาค (DOS)) แล้วคลิก Next (ถัดไป)
  4. เลือกโฟลเดอร์ Contacts (ผู้ติดต่อ) และคลิก Next (ถัดไป)
  5. พิมพ์ชื่อสำหรับไฟล์ที่มีนามสกุล .CSV คลิก Browse (เรียกดู) เพื่อเลือกตำแหน่งบนคอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกไฟล์ คลิก ถัดไป
  6. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อเสร็จสิ้นวิซาร์ด และเอ็กซ์ปอร์ตไฟล์
  7. ในการอิมปอร์ตไฟล์ .CSV ลงในเครื่องพิมพ์ ให้ทำตามขั้นตอน 4 และ 5 ของการอิมปอร์ตสมุดที่อยู่
เอ็กซ์ปอร์ตสมุดที่อยู่
สมุดที่อยู่หรือหรือข้อมูลผู้ติดต่อที่บันทึกในเครื่องพิมพ์สามารถส่งออกเป็นไฟล์ .CSV ได้ โดยมีรูปแบบคือ แถวหัวเรื่องหนึ่งแถว ตามด้วยแถวสำหรับผู้ใช้แต่ละคนหรือบันทึกสมุดที่อยู่
คุณสามารถเปิดไฟล์เอ็กซ์ปอร์ตได้ในโปรแกรมสเปรดชีต เช่น Microsoft Excel หรือในโปรแกรมข้อความ เช่น Notepad
เอ็กซ์ปอร์ตข้อมูล
  1. คลิกปุ่ม เอ็กซ์ปอร์ตทั้งหมด...
  2. เลือกช่องทำเครื่องหมายถัดจากออบเจกต์ที่คุณต้องการเอ็กซ์ปอร์ต หากไฟล์มีการเข้ารหัส ให้ใส่คีย์เข้ารหัส ตัวเลือกมีดังต่อไปนี้:
    • สมุดที่อยู่
    • โทรสารด่วน
    • รายการรหัสเข้าใช้ของผู้ใช้
  3. คลิกปุ่ม เอ็กซ์ปอร์ต
  4. คลิกปุ่ม บันทึกไฟล์
  5. ในกล่องโต้ตอบที่ปรากฏขึ้น คลิก บันทึก แล้วเลือกตำแหน่งที่คุณต้องการบันทึกไฟล์

ประเทศ: Flag ไทย