ยินดีต้อนรับสู่ฝ่ายบริการลูกค้า HP

HP PC - เซฟโหมด (Windows 10, 8)

เอกสารนี้ใช้กับคอมพิวเตอร์ HP และ Compaq ที่ใช้ Windows 10 หรือ Windows 8
เซฟโหมดคือโหมดวินิจฉัยที่ช่วยให้คุณใช้ Windows ร่วมกับไดรเวอร์พื้นฐาน หากคุณพบข้อผิดพลาดหรือปัญหากับซอฟต์แวร์ใน Windows ให้รีสตาร์ทใน Safe Mode เพื่อให้สามารถดำเนินการและแก้ไขปัญหาต่อไปได้ Safe Mode จะไม่ติดตั้งซอฟต์แวร์ใด ๆ
ใน Safe Mode, Windows อาจดูแตกต่างออกไป เนื่องจาก Safe Mode ใช้ระบบประมวลผลกราฟิกขั้นพื้นฐานสำหรับแสดงผล คำว่า Safe Mode จะปรากฏขึ้นที่มุมของหน้าจอทั้งสี่มุม
  บันทึก
กราฟิกและข้อมูลในเอกสารชุดนี้อาจแตกต่างกันไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับ Windows เวอร์ชั่นที่คุณใช้
การเข้า Safe Mode จาก Windows
เข้าสู่เซฟโหมดจาก Windows โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้
การเข้าสู่ Safe Mode จากนอก Windows
หาก Windows ไม่สามารถเริ่มทำงานได้ตามปกติ คุณอาจได้รับแจ้งให้เริ่มการทำงานในโหมดกู้ข้อมูล หากเกิดกรณีนี้ขึ้น หน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) จะปรากฏขึ้นมา
หากหน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) ไม่ปรากฏขึ้นมา ให้ปิดคอมพิวเตอร์ เปิดคอมพิวเตอร์และกด esc ซ้ำ ๆ กันจนเมนู Startup (การเริ่มทำงาน) เปิดขึ้นมา เริ่มใช้ System Recovery โดยกด F11 จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเปิด Windows ใน Safe Mode
  1. เมื่อได้รับแจ้ง ให้เลือกเค้าโครงแป้นพิมพ์ จากนั้นในหน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) ให้คลิกที่ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
    รูปภาพ : หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
     เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) จากหน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก)
  2. คลิก Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
    รูปภาพ : หน้าจอแก้ไขปัญหาที่เลือกตัวเลือกขั้นสูงไว้
    ตัวเลือกขั้นสูงซึ่งถูกเลือกไว้ในหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
  3. คลิก Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน) หากตัวเลือก Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน) ไม่ปรากฏขึ้นมา ให้ทำตามขั้นตอนในการเริ่มใช้งาน Safe Mode จากหัวข้อ การเข้า Safe Mode โดยไม่ต้องผ่าน Startup Settings (ค่าการเริ่มทำงาน)
    รูปภาพ : Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) ที่เลือก Startup Settings (ค่าการเริ่มทำงาน) ไว้
    Startup Settings (ค่าการเริ่มทำงาน) ซึ่งถูกเลือกไว้ในหน้าต่าง Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
  4. คลิก Restart (รีสตาร์ท)
    รูปภาพ : หน้าจอ Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน)
     หน้าจอ Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน) โดยกดเลือกปุ่ม Restart (รีสตาร์ท) ไว้
    คอมพิวเตร์จะรีสตาร์ท และหน้าจอ Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน) จะเปิดขึ้นและแสดงตัวเลือกการเริ่มการทำงานต่าง ๆ ไว้
  5. เลือกตัวเลือกเซฟโหมดที่ต้องการจากเมนู Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน):
    • กดปุ่ม F4 เพื่อเลือก Enable Safe Mode (เปิดเซฟโหมด) เซฟโหมดจะเริ่มต้นการทำงานใน Windows โดยใช้ไดรเวอร์และบริการที่น้อยที่สุด
    • กด F5 เพื่อเปิดใช้ Safe Mode พร้อมระบบเครือข่าย เซฟโหมดพร้อมระบบเครือข่ายจะเริ่มการทำงานของ Windows ในเซฟโหมดโดยมีการทำงานของเครือข่ายและบริการสำหรับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ บนเครือข่ายของคุณ
    • กดปุ่ม F6 เพื่อเลือก Enable Safe Mode with Command Prompt (เปิดเซฟโหมดพร้อมคอมมานด์พรอมท์) เซฟโหมดพร้อมคอมมานด์พรอมท์จะเริ่มการทำงานของ Windows ในเซฟโหมดโดยเข้าไปที่พร้อมท์คำสั่งแทนที่จะเป็นอินเทอร์เฟซของ Windows โดยปกติตัวเลือกนี้จะใช้โดยเจ้าหน้าที่ทางด้านไอทีเท่านั้น
    รูปภาพ : หน้าจอ Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน)
     หน้าจอ Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน) ซึ่งแสดงตัวเลือกเริ่มการทำงานต่างๆ ที่มี
  6. เมื่อได้รับแจ้ง ให้เลือกประเภทภาษาของแป้นพิมพ์ แล้วลงชื่อเข้าใช้โดยใช้ชื่อบัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
      บันทึก
    คุณจะต้องกรอกชื่อและรหัสผ่านบัญชีผู้ใช้ Windows ของคุณเพื่อล็อกอินใน Safe Mode คุณไม่สามารถล็อกอินไปยัง Safe Mode โดยใช้วิธีล็อกอินอื่น เช่น PIN หรือตัวอ่านลายนิ้วมือ
    คอมพิวเตอร์จะเปิดเดสก์ทอปขึ้นมาใน Safe Mode (เซฟโหมด)
  7. หลังจากแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้น ให้ออกจาก Safe Mode โดยกด Start (เริ่ม)
  8. คลิก Power (เปิด/ปิด) จากนั้นเลือก Restart (รีสตาร์ท)
    คอมพิวเตอร์สตาร์ทตามปกติ
การเข้าสู่ Safe Mode (เซฟโหมด) โดยไม่ผ่าน Startup Settings (ค่าเริ่มการทำงาน)
ในบางกรณี ตัวเลือก Startup Settings (ค่าการเริ่มทำงาน) ในหน้าจอ Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) จะไม่ปรากฏขึ้น เปิด Windows ในเซฟโหมดโดยใช้คอมมานด์พรอมท์
  1. เปิดคอมพิวเตอร์และกด esc ซ้ำ ๆ กันจนเมนู Startup (การเริ่มทำงาน) เปิดขึ้นมา
  2. เริ่ม System Recovery โดยกด F11 เลือกเค้าโครงแป้นพิมพ์เมื่อได้รับแจ้ง
  3. หน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) จะเปิดขึ้นมา คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
    รูปภาพ : หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) จากหน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก)
  4. คลิก Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
    รูปภาพ : หน้าจอแก้ไขปัญหาที่เลือกตัวเลือกขั้นสูงไว้
    ตัวเลือกขั้นสูงซึ่งถูกเลือกไว้ในหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
  5. เลือก Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) คุณอาจต้องเลือกบัญชีผู้ใช้ของคุณ และป้อนรหัสผ่านของคุณเพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ : Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) ที่เลือก Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) ไว้
    คอมมานด์พรอมท์ซึ่งถูกเลือกไว้ใน Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
  6. หลังจากได้รับแจ้งจากระบบคำสั่ง ให้กรอกคำสั่งสำหรับตัวเลือกเซฟโหมดที่คุณต้องการ กรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
    • เปิดใช้เซฟโหมด - พิมพ์:
      bcdedit /set {default} safeboot minimal จากนั้นกด Enter
    • เปิดใช้เซฟโหมดพร้อมเครือข่าย - พิมพ์:
      bcdedit /set {default} safeboot network จากนั้นกด Enter
    • เปิดใช้เซฟโหมดพร้อมคอมมานด์พรอมท์ - พิมพ์:
      bcdedit /set {default} safeboot minimal จากนั้นกด Enter:
      bcdedit /set {default} safebootalternateshell yes จากนั้นกด Enter
    คอมพิวเตอร์จะแจ้งว่า The operation completed successfully (การดำเนินการเสร็จสิ้น) เมื่อกรอกคำสั่งได้ถูกต้อง
    รูปภาพ : เปิดใช้เซฟโหมดจากคอมมานด์พรอมท์
     เปิดใช้ Safe Mode (เซฟโหมด) จาก Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์)
  7. ปิดหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) โดยคลิกที่เครื่องหมาย X ที่มุมด้านขวาบนของหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์)
  8. หน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) จะเปิดขึ้นมา เลือก Continue (ดำเนินการต่อ) และลงชื่อเข้าใช้ Windows โดยใช้ชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณ
      บันทึก
    คุณจะต้องกรอกชื่อและรหัสผ่านบัญชีผู้ใช้ Windows ของคุณเพื่อล็อกอินใน Safe Mode คุณไม่สามารถล็อกอินไปยัง Safe Mode โดยใช้วิธีล็อกอินอื่น เช่น PIN หรือตัวอ่านลายนิ้วมือ
    คอมพิวเตอร์จะเปิดเดสก์ทอปขึ้นมาใน Safe Mode (เซฟโหมด)
การออกจาก Safe Mode
โดยส่วนใหญ่สามารถออกจากเซฟโหมดโดยรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ หากเข้าสู่เซฟโหมดผ่านคอมมานด์พรอมท์ การรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถออกจาก Safe Mode ได้ หากคอมพิวเตอร์ค้างอยู่ใน Safe Mode ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อกลับเข้าสู่การทำงานปกติ
  1. ปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์และกด esc ซ้ำ ๆ จนกระทั่งเมนู Startup (การเริ่มทำงาน) เปิดขึ้นมา
  2. เริ่ม System Recovery โดยกด F11 เลือกประเภทภาษาแป้นพิมพ์ของคุณเมื่อได้รับแจ้ง
  3. หน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) จะเปิดขึ้นมา คลิก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
    รูปภาพ : หน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก) ที่เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) ไว้
    เลือก Troubleshoot (แก้ไขปัญหา) จากหน้าจอ Choose an Option (เลือกตัวเลือก)
  4. คลิก Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
    รูปภาพ : หน้าจอแก้ไขปัญหาที่เลือกตัวเลือกขั้นสูงไว้
    เลือก Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) ไว้ในหน้าจอ Troubleshoot (แก้ไขปัญหา)
  5. คลิก Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) คุณอาจต้องเลือกบัญชีผู้ใช้ของคุณ และป้อนรหัสผ่านของคุณเพื่อดำเนินการต่อ
    รูปภาพ : Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) ที่เลือก Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) ไว้
    เลือก Startup Settings (ค่าการเริ่มทำงาน) ไว้ในหน้าต่าง Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง)
  6. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้เพื่อออกจาก Safe Mode:
    bcdedit /deletevalue {default} safeboot จากนั้นกด Enter
    รูปภาพ : คำสั่งออกจากเซฟโหมดจากคอมมานด์พรอมท์
     Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) พร้อมคำสั่ง Exit Safe Mode (ออกจากเซฟโหมด)
  7. ปิดหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์) โดยคลิกที่เครื่องหมาย X ที่มุมด้านขวาบนของหน้าต่าง Command Prompt (คอมมานด์พรอมท์)
  8. หน้าจอ Choose an option (เลือกตัวเลือก) จะเปิดขึ้นมา เลือก Continue (ดำเนินการต่อ)
    คอมพิวเตอร์สตาร์ทตามปกติ

ประเทศ/ภูมิภาค: Flag ไทย