ฝ่ายบริการลูกค้า

PC และจอภาพของ HP - การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการแสดงผล ภาพพื้นหลัง ไอคอน และโปรแกรมรักษาหน้าจอ (Windows 10, 7)

เอกสารนี้ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ระบบ Windows 10 หรือ ึ7
ใช้หัวข้อในเอกสารชุดนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกของ Windows และหน้าจอของคุณ
วิดีโอนี้แสดงวิธีการแก้ไขค่าการแสดงผล
ดูวิดีโอในหน้าจอขนาดเล็กได้ตามหัวข้อ
หรือดูวิดีโอแบบเต็มหน้าจอบน YouTube ได้ตามหัวข้อ การปรับค่าการแสดงผลใน Windows 7
การเปลี่ยนแปลงขนาดของข้อความและหน้าต่างและความละเอียดหน้าจอ
คุณสามารถปรับขนาดและรูปทรงของเดสก์ท็อปเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคุณ ระหว่างการติดตั้ง Windows แบบปกติ โปรแกรมจะทดสอบการ์ดแสดงผลและแสดงขนาดและความละเอียดที่ดีที่สุดสำหรับการ์ดดังกล่าว
ในการเปลี่ยนการตั้งค่าการแสดงผล ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Display settings (ค่าการแสดงผล - Windows 10) หรือ Display (การแสดงผล - Windows 7)
  2. เปลี่ยนขนาดข้อความและหน้าต่าง โดยคลิกและลากแถบเลื่อน (Windows 10) หรือคลิก Medium (ปานกลาง) หรือ Larger (ใหญ่) (Windows 7) จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  3. จาก Windows ค้นหาและเปิด Change the screen resolution (ปรับความละเอียดหน้าจอ - Windows 10) หรือ Adjust screen resolution (ปรับความละเอียดหน้าจอ - Windows 7)
  4. คลิกที่รูปของจอภาพที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน
  5. แก้ไขนาดหน้าจอสำหรับจอภาพที่เลือกโดยเลือกความละเอียดจากส่วนแสดงรายการ จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  6. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด change the screen orientation (ปรับทิศทางหน้าจอ - Windows 10) หรือ change screen orientation (ปรับทิศทางหน้าจอ - Windows 7)
  7. ปรับทิศทางระหว่างแนวนอนและแนวตั้งหรือพลิกกลับด้านโดยเลือกตัวเลือกจากส่วนแสดงรายการ จากนั้นคลิก Apply (ปรับใช้)
  8. หน้าต่างยืนยันจะเปิดขึ้นมา (เฉพาะ Windows 7) คลิก Keep changes (เปลี่ยนแปลง) เพื่อบันทึกค่า หรือคลิก Revert (ย้อนกลับ) เพื่อยกเลิกการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงพื้นหลังเดสก์ท็อป
เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงลวดลายหรือรูปพื้นหลังบนเดสก์ท็อป Windows ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกขวาบนพื้นหลังเดสก์ท็อป และคลิก ปรับเฉพาะ
  2. คลิก Background (พื้นหลัง - Windows 10) หรือคลิก Desktop Background (พื้นหลังเดสก์ทอป - Windows 7) เพื่อเปิดหน้าต่างค่าปรับตั้ง
  3. เมื่อต้องการเปลี่ยนรูปภาพพื้นหลัง ให้เลือกพื้นหลังมาตรฐาน หรือคลิก Browse (เรียกดู) และไปยังรูปภาพที่เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการใช้รูปภาพส่วนตัวเป็นพื้นหลัง ให้บันทึกรูปภาพในรูปแบบไฟล์ที่เป็นนามสกุลต่อไปนี้: .bmp, .gif, .jpg, .DIB, .png
  4. Windows 10: หากต้องการจัดทำสไลด์โชว์ ให้ใช้ส่วนแสดงรายการ Background (พื้นหลัง) เพื่อเลือก Slideshow (สไลด์โชว์) จากนั้นคลิก Browse (เรียกดู) เพื่อเลือกอัลบั้มสำหรับสไลด์โชว์ของคุณ จากนั้นเลือกความถี่ในการเปลี่ยนภาพ
    Windows 7: หากต้องการจัดทำสไลด์โชว์ ให้เลือกภาพมากกว่าหนึ่งภาพเพื่อสร้างสไลด์โชว์พื้นหลังเดสก์ท็อป จากนั้นเลือกความถี่ในการเปลี่ยนภาพ
  5. ใช้่ส่วนแสดงรายการ Choose a fit (เลือกที่พอดี - Windows 10) หรือ Picture position (ตำแหน่งภาพ - Windows 7) เพื่อกำหนดวิธีการแสดงภาพบนพื้นหลัง
  6. Windows 10: การเปลี่ยนแปลงจะมีผลในทันที
    Windows 7: หลังจากที่ทำการปรับเปลี่ยน ให้คลิก Save changes (บันทึกการเปลี่ยนแปลง) เพื่อบันทึกค่าและปิดหน้าต่าง Desktop Background (พื้นหลังเดสก์ทอป)
การปรับเปลี่ยนไอคอนเดสก์ท็อป
เมื่อต้องการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มไอคอนเดสก์ท็อป ให้ใช้ข้อมูลต่อไปนี้:
การแสดงไอคอนเดสก์ท็อปที่หายไป
หากไอคอนเดสก์ทอปทั้งหมดหายไป ให้คลิกขวาบนพื้นที่ว่างของเดสก์ทอป Windows จากนั้นเลื่อนไปที่ View (มุมมอง) และตรวจสอบว่าเลือก Show desktop icons (แสดงไอคอนเดสก์ทอป) อยู่
รูปภาพ : แสดงไอคอนเดสก์ท็อป
แสดงไอคอนเดสก์ท็อป
การสร้างชอร์ตคัทใหม่
จัดทำไอคอนลัดใหม่ในเดสก์ทอป Windows โดยคลิกขวาบนพื้นที่ว่างของเดสก์ทอป Windows คลิก New (สร้าง) จากนั้นคลิก Shortcut (ชอร์ตคัท) จากนั้น ปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อสร้างทางลัด
รูปภาพ : ทางลัดใหม่
ทางลัดใหม่
การสร้างโฟลเดอร์ใหม่
สร้างไอคอนโฟลเดอร์ใหม่บนเดสก์ทอป Windows โดยคลิกขวาบนพื้นที่ว่างที่เดสก์ทอป Windows จากนั้นคลิก New (สร้าง) จากนั้นคลิก Folder (โฟลเดอร์)
รูปภาพ : โฟลเดอร์ใหม่
โฟลเดอร์ใหม่
การเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์
เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์โดยคลิกขวาที่ไอคอนโฟลเดอร์ จากนั้นคลิก Rename (เปลี่ยนชื่อ) พิมพ์ชื่อใหม่ และกด Enter
รูปภาพ : เปลี่ยนชื่อ
คลิกขวาที่ไอคอน แล้วคลิก เปลี่ยนชื่อ
การปรับขนาดไอคอน
เมื่อต้องการปรับขนาดของไอคอน ให้คลิกขวาบนพื้นที่ว่างของเดสก์ท็อป Windows และคลิก มุมมอง จากนั้นคลิก Large Icons (ไอคอนใหญ่) Medium Icons (ไอคอนกลาง) หรือ Small Icons (ไอคอนเล็ก)
รูปภาพ : ปรับขนาดไอคอน
ปรับขนาดไอคอน
 บันทึก
คุณสามารถปรับขนาดของไอคอนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยคลิกที่เดสก์ท็อป และกดปุ่ม CTRL ค้างไว้ และใช้ล้อเลื่อนบนเมาส์
การเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏของหน้าต่างและข้อความ
คุณสามารถใช้หน้าต่างสีและลักษณะที่ปรากฏของหน้าต่าง เพื่อระบุสีที่ Windows ใช้สำหรับสีข้อความเริ่มต้น สีพื้นหลังข้อความ สีขอบหน้าต่าง สีแถบชื่อเรื่อง และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏของรายการเหล่านี้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกขวาบนพื้นหลังเดสก์ท็อป และคลิก ปรับเฉพาะ
  2. Windows 10:
    1. คลิก Background (พื้นหลัง) Color (สี) Lock Screen (หน้าจอล็อค) Themes (ธีม) หรือ Start (เริ่ม) เพื่อเปิดหน้าต่างค่าปรับตั้งที่เกี่ยวข้อง
    2. ปรับค่า
      การเปลี่ยนแปลงจะมีผลในทันที
    Windows 7:
    1. คลิก Window Color (สีหน้าต่าง) จากนั้นคลิกที่สี่เหลี่ยมสีที่ต้องการ
    2. คลิก Advanced appearance settings (ค่าการแสดงผลขั้นสูง)
    3. คลิกเลือกส่วนประกอบที่จะแก้ไขจากส่วนแสดงรายการ Item (ส่วนประกอบ) จากนั้นปรับค่าที่เหมาะสม เช่น สี แบบอักษรหรือขนาด การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบต่อรายการที่เลือก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปลี่ยนแบบอักษรขณะที่เลือกเมนู แบบอักษรที่เลือกจะเปลี่ยนแปลงสำหรับเมนู Windows ทั้งหมด แต่ไม่เปลี่ยนแปลงในรายการอื่นๆ เช่น ป้ายระบุไอคอน หรือกล่องข้อความ
      รูปภาพ : Windows Color and Appearance (เฉพาะ Windows 7)
      Windows Color and Appearance (เฉพาะ Windows 7)
    4. คลิก OK (ตกลง) เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและปิดหน้าต่างค่าขั้นสูง
    5. จากนั้นคลิก Save changes (บันทึกการเปลี่ยนแปลง)
 บันทึก
ไม่มีวิธีที่สะดวกง่ายดายในการปรับขนาดของแบบอักษรทั้งหมด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อขนาดหน้าจอทั้งหมด คุณสามารถปรับขนาดของแบบอักษรทั้งหมด โดยเลือกปรับเปลี่ยนขนาดแบบอักษร (DPI) จากแผงควบคุม แต่การทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อขนาดของวัตถุทั้งหมดใน Windows ควรจะทำการปรับขนาดแบบอักษรในซอฟต์แวร์ที่คุณใช้หรือจากขั้นตอนต่อไปนี้สำหรับคุณลักษณะของ Windows
เช่น หากต้องการปรับขนาดแบบอักษรในหน้าเว็บที่เรียกดูจาก Internet Explorer คลิกที่ Page (หน้าเอกสาร) จากทูลบาร์ จากนั้นคลิก Text Size (ขนาดข้อความ)
การตั้งค่าการแสดงผลขั้นสูง
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเปิดค่าการแสดงผลขั้นสูง
  1. จาก Windows ค้นหาและเปิด Change the screen resolution (ปรับความละเอียดหน้าจอ - Windows 10) หรือ Adjust screen resolution (ปรับความละเอียดหน้าจอ - Windows 7)
  2. Windows 10: คลิก Advanced sizing of text and other items (การปรับขนาดข้อความและรายการอื่น ๆ ขั้นสูง) จากนั้นคลิก Change display settings (ปรับค่าการแสดงผล) จากนั้นคลิก Advanced settings (ค่าขั้นสูง)
    Windows 7: คลิก การตั้งค่าขั้นสูง
    หน้าต่างค่าการแสดงผลขั้นสูงจะเปิดขึ้นมา
    รูปภาพ : การตั้งค่าการแสดงผลขั้นสูง
    การตั้งค่าการแสดงผลขั้นสูง
  3. คลิกที่แท็บเพื่อปรับค่าที่เกี่ยวข้อง
     บันทึก
    คอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีแท็บมากกว่าที่แสดงในที่นี้ ผู้ผลิตการ์ดแสดงผลหลายรายจัดหาการตั้งค่าที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับฮาร์ดแวร์วิดีโอของตน การตั้งค่าพิเศษเหล่านี้แตกต่างกันไปตามชนิดของฮาร์ดแวร์วิดีโอที่ใช้และจะไม่กล่าวถึงในที่นี้
    • แท็บ Adapter (อะแดปเตอร์):
      • Properties (คุณสมบัติ): คลิกปุ่ม คุณสมบัติ เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติของฮาร์ดแวร์สำหรับการ์ดแสดงผลของคุณหรือฮาร์ดแวร์วิดีโอบนบอร์ด หน้าต่างคุณสมบัตินี้ยังสามารถเข้าถึงได้โดยผ่านทางตัวจัดการอุปกรณ์
      • List all Modes (แสดงโหมดทั้งหมด): แสดงความละเอียดกราฟิกทั้งหมดที่สนับสนุนและอัตรารีเฟรชที่สามารถส่งไปยังจอภาพโดยการ์ดแสดงผลหรือฮาร์ดแวร์วิดีโอบนบอร์ด คุณสามารถใช้รายการโหมดที่มีใช้ได้เพื่อค้นหาโหมดที่เข้ากันได้กับจอภาพที่คุณกำลังใช้งาน หลังจากที่พบโหมดที่เข้ากันได้ คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงอัตรารีเฟรชได้จากแท็บจอภาพ และความละเอียดในการแสดงผลจากแท็บการตั้งค่าของหน้าต่างคุณสมบัติการแสดงผลพื้นฐาน
    • แท็บ Monitor (จอภาพ):
      • คุณสมบัติ: คลิกปุ่ม คุณสมบัติ เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติของฮาร์ดแวร์สำหรับจอภาพของคุณ หน้าต่างคุณสมบัตินี้ยังสามารถเข้าถึงได้โดยผ่านทางตัวจัดการอุปกรณ์
      • อัตรารีเฟรชหน้าจอ: ระบุว่าจอภาพจะแสดงหน้าจอทั้งหมดกี่ครั้งภายในหนึ่งวินาที อัตรารีเฟรชที่สูงกว่าอาจดูสบายตามากกว่า แต่อาจทำให้ฮาร์ดแวร์วิดีโอต้องทำงานหนักขึ้นและใช้ทรัพยากรมากขึ้น เลือกอัตราที่ต่ำกว่าซึ่งเข้ากันได้กับอะแดปเตอร์ ถ้าคุณสามารถตรวจจับการกะพริบหรือการเปลี่ยนแปลงทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตา ให้ลองปรับเป็นอัตราที่สูงขึ้นถัดไป อย่าปรับจนเกินอัตราที่ใช้ได้กับจอภาพ
      • สี: (เฉพาะ Windows 7) ปรับจำนวนสี โดยเลือกค่าสีจากรายการ Colors (สี) เพื่อความเข้ากันได้สูงสุด ให้เลือก สีเหมือนจริง 32 บิต ถ้ามี เลือกการตั้งค่าที่ต่ำกว่าได้ถ้าหากสีไม่ถูกต้องเมื่อใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์บางโปรแกรม
       หมายเหตุ
      อย่าลบรายการที่เลือกติดกับ Hide modes that this monitor cannot display (ซ่อนโหมดที่จอภาพนี้ไม่รองรับ) การเปลี่ยนอัตรารีเฟรชให้เป็นอัตราที่จอภาพไม่สามารถยอมรับได้อาจสร้างความเสียหายต่อจอภาพบางรุ่นอย่างถาวร
    • แท็บ Color Management (การจัดการสี): แท็บการจัดการสีแสดงการตั้งค่าสำหรับการเปลี่ยนแปลงเอาต์พุตสีสำหรับจอภาพ โดยทั่วไปแล้ว คุณไม่ได้ใช้การจัดการสี ยกเว้นในสถานการณ์พิเศษ เช่น การจับคู่สีบนจอภาพกับสีบนเครื่องพิมพ์ การปรับการตั้งค่านี้จะเปลี่ยนแปลงเอาต์พุตสีสำหรับทุกสิ่งที่แสดงใน Windows และควรจะทำเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรักษาหน้าจอ
Windows มาพร้อมกับภาพถนอมหน้าจอจำนวนหนึ่ง ภาพถนอมหน้าจอจะช่วยป้องกันภาพที่หยุดนิ่งไม่ให้ก่อให้เกิดภาพเงาบนฟอสเฟอร์ของจอภาพ CRT นอกจากนี้ยังใช้แสดงความบันเทิงเมื่อคอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกใช้งาน ในการเปลี่ยนแปลงภาพถนอมหน้าจอ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Change screen saver (เปลี่ยนภาพพักหน้าจอ)
  2. เลือกภาพถนอมหน้าจอที่จะใช้จากเมนู
    รูปภาพ : การตั้งค่าภาพถนอมหน้าจอ
    การตั้งค่าภาพถนอมหน้าจอ
  3. คลิก Settings (ค่าปรับตั้ง) เพื่อเปิดหน้าตี่างค่าปรับตั้งสำหรับภาพพักหน้าจอที่เลือก (หากมีค่าให้เลือก)
  4. คลิก Preview (แสดงตัวอย่าง) เพื่อดูการแสดงผลภาพพักหน้าจอที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ย้ายเมาส์เพื่อกลับไปยังแผงคุณสมบัติการแสดงผลเมื่อแสดงตัวอย่างภาพถนอมหน้าจอเสร็จแล้ว
  5. เลือกจำนวนนาทีในฟิลด์ Wait (รอ) นี่คือจำนวนนาทีที่คอมพิวเตอร์ไม่ได้ใช้งานก่อนที่ภาพถนอมหน้าจอจะเปิดขึ้น
     บันทึก
    ตรวจสอบว่าจำนวนนาทีสำหรับภาพถนอมหน้าจอน้อยกว่าจำนวนนาทีที่จอภาพจะเข้าสู่สถานะสลีป
  6. เลือก เมื่อดำเนินการต่อ ให้แสดงหน้าจอการเข้าสู่ระบบ ถ้าคุณต้องการให้หน้าจอการเข้าสู่ระบบเปิดขึ้น เมื่อใครก็ตามพยายามที่จะใช้คอมพิวเตอร์หลังจากที่ภาพถนอมหน้าจอเปิดขึ้น
  7. คลิก OK (ตกลง) เพื่อบันทึกการตั้งค่าและปิดหน้าต่างคุณสมบัติการแสดงผล
การแก้ไขปัญหาภาพพักหน้าจอ
หากภาพพักหน้าจอไม่เปิดขึ้นมาหลังจากผ่านเวลาที่เลือกไว้ ปัญหาอาจเกิดจากการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์บางตัว
ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เหล่านี้รบกวนภาพพักหน้าจอ:
  1. จาก Windows ให้ค้นหาและเปิด Device Manager (ตัวจัดการอุปกรณ์)
  2. คลิกที่สัญลักษณ์ลูกศรติดกับประเภทอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ต้องการปรับแต่ง จากนั้นดับเบิลคลิกที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพื่อเปิดหน้าต่าง Properties (คุณสมบัติ)
    อุปกรณ์บางตัวที่มักรบกวนการทำงานของภาพพักหน้าจอได้แก่ออพติคอลเมาส์ - Mice and other pointing devices (เมาส์และอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งอื่น ๆ) ที่ตั้งค่าเป็น "Always-on" (เปิดตลอด) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต - Network Adapters (อะแดปเตอร์เครือข่าย) และระบบเสียงความละเอียดสูงใน - Sound, video, and game controllers (เสียง วิดีโอและระบบควบคุมเกม)
  3. คลิกแท็บ การจัดการพลังงาน และลบเครื่องหมายเลือกที่อยู่ติดกับ อนุญาตให้อุปกรณ์นี้ปลุกคอมพิวเตอร์
    รูปภาพ : แท็บการจัดการพลังงานสำหรับเมาส์
    แท็บการจัดการพลังงานสำหรับเมาส์
     บันทึก
    หากคุณตั้งค่าไม่ให้เมาส์ปลุกการทำงานของคอมพิวเตอร์ คุณสามารถปลุกคอมพิวเตอร์โดยการกด spacebar ที่แป้นพิมพ์
  4. คลิก OK (ตกลง) เพื่อปิดหน้าต่างที่เปิดอยู่ จากนั้นรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์)
    หากยังคงมีปัญหา ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
  5. ถอดสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่ไม่จำเป็น (เครื่องพิมพ์, สแกนเนอร์, ไดรฟ์ USB)
  6. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกครั้งโดยเชื่อมต่อเฉพาะเมาส์ จอภาพ และแป้นพิมพ์
    หากวิธีนี้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสลีป/สแตนด์บาย แสดงว่าหนึ่งในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา เปลี่ยนอุปกรณ์ตัวหนึ่งและทดสอบดูว่าปัญหานี้ยังเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ดำเนินการเพิ่มและทดสอบอุปกรณ์ต่อไปจนกว่าคุณจะพบอุปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา
การสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมในการปรับค่าการแสดงผล ภาพพื้นหลัง ไอคอนและภาพพักหน้าจอใน Windows 7 ได้จากหน้าเว็บของ Microsoft ในหัวข้อ Getting the best display on your monitor (ภาษาอังกฤษ)

ไทย
ภาษา: ไทย